เรื่องย่อ

Elizabeth (Norah Jones) เพิ่งอกหัก หลังจากแฟนหนุ่มของเธอไปมีหญิงอื่น เธอนำกุญแจห้องพักของเธอไปทิ้งไว้ที่คาเฟ่เล็กๆในแมนฮัตตัน ตรงข้ามห้องพักเธอกับเจ้าของร้าน Jeremy (Jude Law) ชายผู้ที่ชอบเก็บกุญแจที่ลูกค้าฝากไว้ให้เสมอๆเป็นเวลาหลายปี แม้จะไม่มีเจ้าของมาขอรับคืน ด้วยเหตุผลที่ว่า "เขาไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจ ปิดประตูบานนั้นตลอดกาล" แต่ที่จริงแล้วมันเป็นเพราะเหตุผลอื่นต่างหาก.. Elizabethมาที่ร้านทุกคืน เพื่อดูว่ากุญแจเธอถูกเอาไปหรือยัง และทุกครั้งเธอก็อยู่คุยกับJeremyจนดึกดื่น.. ในที่สุดเธอตัดสินใจหนีความปวดร้าวโดยเดินทางไปทั่วอเมริกา หาที่ทำงานเพื่อลืมความปวดร้าว แต่ละที่เธอก็ได้พบกับเรื่องราวของหญิงสาวและชายหนุ่มที่คล้ายคลึงกับเธอเหลือเกิน Arnie(David Strathairn) ตำรวจจราจรใน Tannessie ที่มาดื่มเหล้าทุกคืนที่บาร์ เพื่อลืม Sue Lynne(Rachel Weisz) ภรรยาที่หนีจากเขาไป แต่ยังแวะมาที่บาร์บางคืน และร่วมเดินทางไปกับ Leslie (Natalie Portman) หญิงสาวนักพนันที่หมานเมิงกับพ่อ ไปยัง Las Vegas ด้วยข้อสัญญาของการต่อรอง และเรียนรู้ตัวตนของกันและกันมากขึ้น..



วิเคราะห์

หลายคนคงจะสงสัยแล้วสิว่า แล้วไอ้ blueberry มันเกี่ยวกันตรงไหน?

เรื่องนี้คีย์หลักอยู่ที่ตอนต้นเรื่อง ที่ Jeremy มักจะบอกว่าร้านเขาขายชีสเค้ก ทาร์ตแอปเปิ้ล หมดเกลี้ยงทุกวัน แต่พายบลูเบอรี่จะต้องเหลือทิ้งทุกครั้ง Elizabethจึงถามว่า "What's wrong with blueberry pie?" คำตอบก็คือ "บลูเบอรี่พายไม่ได้ผิด แต่เพราะลูกค้าเลือกที่จะกินอย่างอื่นต่างหาก"

ประโยคนี้สื่อความหมายถึงหลายๆบุคคล ไม่ว่าจะเป็นหญิงสาวที่ถูกทอดทิ้ง หรือคนที่ไม่มีใครเคยมาจีบ ไม่ใช่เพราะว่าตัวเธอนั้นไม่ดี แต่เป็นเพราะคนอื่นเขาเลือกคนที่เขาชอบมากกว่า แต่สักวันหนึ่งก็จะมีคนมาเลือกกินพายบลูเบอรรี่อยู่ดี นี่เป็นเหตุผลที่ Jeremy ทำพายบลูเบอรี่มาขายทุกวันถึงแม้จะไม่มีคนกิน แต่เขาเชื่อว่าสักวันหนึ่งก็จะมีลูกค้าที่จะเลือกที่จะกินพายบลูเบอรี และลูกค้าคนนั้นก็คือ Elizabeth...

มาถึงประเด็นที่ 2 ที่ผมจับหนังเรื่องนี้ไปเปรียบเทียบกับ "ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น"..

ความคล้ายคลึง.. ในด้านตรงข้าม..
ขณะที่หนังไทยอย่างปิดเทอมใหญ่นำเสนอความรักในวัยใส รักแรกคนเดียวกับเพื่อน รักเพื่อนสนิท รักดารา และการแอบนอกใจแฟน หนังเรื่องนี้เองก็เสนอความรักในหลายๆรูปแบบเช่นกัน แต่ทว่าเป็นรักที่แตกสลาย..

Elizabeth หญิงสาวที่ถูกแฟนหนุ่มหักอก เธอเคว้งคว้างกับชีวิต ไม่รู้จะตั้งต้นอย่างไร จนเมื่อได้พูดคุยกับ Jeremy เธอก็ออเดินทางไปทั่วสหรัฐ เพื่อลืมสิ่งเดิมๆที่เคยจมปลักอยู่ ได้พบกับผู้คนมากมาย ความรักหลายรูปแบบ จนตัวเธอเติบโตขึ้น และจุดสุดท้ายของการเดินทางของเธอก็คือจุดตั้งต้น.. ที่ๆเธอเผลอมองข้ามสิ่งที่เธอต้องการมากที่สุดไป..

Jeremy ชายผู้ครั้งหนึ่งมีความฝัน เขาอยากเปิดร้านอยู่กับหญิงที่เขารักไปตลอด แต่แล้ววันหนึ่งหญิงสาวคนนั้นหนีเขาไป.. เขาได้แต่เพียงเปิดร้านต่อไป รับฝากกุญแจห้องที่มักไม่มีคนมาเอาคืน เพราะเขาคิดว่า ยังมีโอกาสที่ประตูห้องพวกนั้นจะถูกเปิดอีกครั้ง.. แบบเดียวกันกับเขา.. แต่เมื่อเวลาผ่านไป.. เมื่อเขาได้พบกับเธออีกครั้ง เธอมาเพื่อบอกลา.. Jeremy ไม่ได้ฉุดรั้งเธอไว้ แต่กลับโบกมืออำลาเธอด้วยดี.. และหลังจากนั้น Jeremy ก็ทิ้งกุญแจไปทั้งหมด ไม่ใช่เพราะเขาต้องการปิดประตูความหวัง แต่เขารู้ดีว่า ในห้องนั้นย่อมมีคนอยู่ใหม่ ที่ไม่ใช่เจ้าของกุญแจเดิม และเจ้าของกุญแจเองก็พร้อมเริ่มต้นใหม่ในห้องอื่นแล้วต่างหาก..

Arnie ตำรวจจราจรที่รักของคนทั่วไป กับ Sue Lynne ภรรยาสาวรุ่น ทั้งคู่เคยรักกันมาก แต่บัดนี้เมื่อเวลาผ่านไป เสน่หาฝ่ายหนึ่งกลับหมดไป Sue ก้าวออกไปจากชีวิต Arnie แต่ก็เพียงก้าวมาห่างๆ อาจเป็นเพราะพันธะสัญญาที่มีกันมาอย่างยาวนาน Arnie ยังคงรัก Sue เสมอ แม้ Arnie จะทำตัวสดใสเหมือนชายโสดทั่วไป แต่พลันที่มองหน้า Sue ความทุกข์ระทมก็กลับโจมตีอีกครา  ส่วน Sue เองก็ไม่ยอมย้ายออกจากเมืองไปสักที..
แต่ในวันที่ Arnie จากไป Sue กลับทุกข์ระทมถึงที่สุด เธอเพิ่งเข้าใจเดี๋ยวนี้เองว่า ทำไมเธอถึงไม่ยอมย้ายออกจากเมืองนี้สักที.. ก็เพราะเมืองนี้มี Arnie ของเธออยู่นั่นเอง..

Leslie หญิงสาวนักพนันที่เผอิญดวงตก เธอยื่นข้อเสนอที่แสนเสี่ยงกับ Elizabeth ว่า หากเธอให้ยืมเงินไปเล่นต่อ หากได้ จะแบ่งให้ครึ่งหนึ่ง แต่หากเสีย Elizabeth จะได้รถยนต์ที่เธออยากได้.. Elizabeth ต้องเรียนรู้ที่จะเชื่อใจหญิงสาวแปลกหน้าผู้นี้.. และได้ร่วมเดินทางกับเธอไปยัง Las Vegas ที่ๆเธอบอกว่า มีคนจะให้เธอยืมเงิน..
คนๆนั้นก็คือพ่ออันแสนห่างเหินของเธอ.. พ่อเธอติดต่อหาเธอมาหลายปีบอกว่าป่วยหนักมาก แต่เธอไม่เชื่อพ่อ เพราะเธอถูกพ่อหลอกมาหลายครั้ง และพ่อนักพนันของเธอนั่นเองที่สอนเธอไว้ว่า "อย่าไว้ใจใครทั้งสิ้น" แต่เมื่อเธอถึงที่หมาย เธอก็พึ่งจะรู้ว่าสิ่งที่เธอปฏิเสธกลับกลายเป็นความจริง.. Elizabeth ได้เรียนรู้ถึงการไว้วางใจจากเธอ และพบว่าเอเองก็โดนหลอกจาก Leslie แต่ที่ทำไปอาจเป็นเพียงเพราะความว้าเหว่ ที่ไม่ว่าใครเองก็คงเคย อยากมีใครสักคน ใครก็ได้ที่จะร่วมเดินทางไปกับเราในยามที่ไม่มีใคร..


รัก..ไม่มีคำว่าสลาย..อยู่ที่ว่าเราจะจดจำมันในรูปแบบใด..และก้าวข้ามอดีตได้หรือไม่เท่านั้นเอง..

วิจารณ์

หนังเรื่องราวของความรักเศร้าๆทึมๆ เป็นหนังรักอีกเรื่องที่ค่อนข้างชอบ ผู้กำกับถ่ายทอดเรื่องราวแบบค่อยๆซึมซับแก่คนดู เนื้อเรื่องดูเข้าใจง่าย ไม่กระโดดไปมาเหมือนหนังอาร์ตหลายๆเรื่อง ฉากในเรื่องมักจะเป็นตอนกลางคืน สื่อความหมายถึงความว้าเหง่ตอนกลางคืนได้ดี มุมกล้องนั้นใช้แบบการโคลสอัพ แทบไม่มีภาพมุมกว้างให้เราเห็น แต่เพียงภาพโคลสอัพ และNight life ก็เพียงพอในการถ่ายทอดบรรยากาศได้เกือบหมด ยอมรับในบรรยากาศของหนังจริงๆ

นักแสดงสมทบของหนัง ทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม แม้แต่ละคนจะออกมาไม่กี่ฉาก แต่ก็สามารถแสดงอารมณ์ความเศร้า ของตนได้อย่างดี (Rachel กับ Natalie น่ารักจัง..) ส่งผลให้เรื่องราวในหนังดูสมจริง และอินไปกับมัน แต่นักแสดงเดินเรื่องอย่าง Norah Jones ดูเบาเกินไปนิด แสดงดูแข็งๆอยู่บ้าง แต่ก็ว่าอะไรไม่ได้มาก เพราะบทหนังทำให้เธอเป็นแค่ผู้สังเกตการณ์.. แต่เพลงประกอบในหนังนั้น เธอร้องเองเสียส่วนใหญ่ เพลง Jazz เบาๆกับฉากกลางคืน ดูเข้ากันได้ดีเหลือเกิน..

หากคุณเคยมีความรู้สึก เหงา เศร้า หรือว้าเหว่มาบ้างละก็ คุณก็คงซึมซับกับภาพยนตร์เรื่องนี้ได้อย่างไม่ยาก หนังไม่ทำให้คุณหลับได้ง่ายๆหรอกไว้ใจได้ (ยกเว้นว่าเป็นพวกเบื่อเพลง Jazz หรือเพิ่งไปวิ่งรอบห้างเหงื่อโซกมาก่อน แล้วมาตากแอร์เย็นๆในโรง ฟังJazzคลอเบาๆ อย่างงี้ละก็ หลับฝันดีนะคุณ..)



สิ่งที่ชอบ
- บรรยากาศเหงาๆของหนัง ที่ถ่ายทอดออกมาได้ดี
- การถ่ายภาพแบบ Night life และ Close up ทำออกมาได้สวยงาม
- เนื้อเรื่องไม่อืดอาดเกินไป บทสนทนาดูเข้าใจง่าย
- เพลงประกอบที่เข้ากันได้ดี

สิ่งที่ไม่ชอบ
- รู้สึกให้เวลากับเนื้อเรื่องบางจุดน้อยไป ดูไม่เข้าถึงบางส่วนของหนัง

My Grading ; B- เหงาๆเศร้าๆได้อารมณ์พอประมาณ แทงใจบ้างในบางฉาก..
---------------------------------------------------------------------------------
นักดูหนัง;
Yahoo!Movies B-
imdb.com 7.0/10

นักวิจารณ;
metacritic 53/100
rottentomatoes 43%



review หนังเรื่องแรกเปิดประเดิมศักราชบลอคใหม่ก็เป็นเรื่องนี้เลยครับพี่น้อง..
No Country For Old Men ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมรางวัลออสการ์ปีล่าสุด...
จริงๆไม่ได้คิดว่าจะไปดูหนังเครียดๆงี้หรอก เผอิญว่าว่างๆไปเดินสยามกะเพื่อน
แล้วมันก็ว่างกันทั้งคู่ อยากดูหนังมาสักเรื่องแต่เผอิญว่า Paragon มันแพง
เลยเดินข่ามมาฝั่งสยาม-ลิโด้ ตอนแรกว่าจะดู 10,000 B.C.
แต่เพื่อนผมบอกว่าไม่เอาไม่ชอบหนังย้อนยุค เลยจิ้มไปที่เรื่องนี้
"เอานี้แหล่ะ No Country ไรเนี้ย ชื่อแปลกดี มึงว่าดีปล่าววะ?"
เท่าไหร่ตอนแรกก็ว่าจะไม่ดูรู้อ่ะว่ามันหนังยอดเยี่ยม แต่ไม่ชอบแนวเครียดๆเท่าไหร่
แต่สุดท้ายก็มาลงเอยที่ดูจนมานั่งเขียน review ได้นี่ล่ะครับ.. -__-"

เรื่องย่อ
เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อลูเวลลิน มอสส์ (โบรลิน) ออกไปล่าสัตว์ในพื้นที่รกร้างของรัฐเทกซัส แต่เขากลับพบกลุ่มรถปิคอัพในพื้นที่ห่างไกลที่เกลื่อนไปด้วยศพ โดยมีเฮโรอีนและเงินสดจำนวน2ล้านดอลล่าร์วางอยู่หลังรถ ได้ความโลภมอสส์ฉวยเอาเงินไป กลับบ้านไปอย่างมีความสุข แต่แล้วกลางดึกด้วยจิตสำนึกด้านดีของเขา ทำให้เขาย้อนกลับไปยังที่เกิดเหตุเพื่อช่วยชีวิตคนที่ยังรอดตายอยู่ แต่เคราะห์ร้ายที่กลุ่มองค์กรเจ้าของเงินกลับมาที่เกิดเหตุเพื่อทวงของคืน ทางองค์กรจึงส่งชิเกอร์ (บาเด็ม) มือสังหารโรคจิตสุดโหด ที่ฆ่าคนได้เพียงทายหัวก้อยผิด การไล่ล่าสุดระทึกนอกกฎหมายจึงเกิดขึ้น โดยที่นายอำเภอประจำเมือง (ทอมมี่ ลี โจนส์) ผู้พิทักษ์กฎหมายก็ไม่สามารถช่วยเหลือมอสส์ได้

วิจารณ์
ตัวหนังเต็มไปด้วยความเครียดและสุดแสนจะลุ้นระทึก ฉากการไล่ล่าที่ไม่มีเพลงประกอบใดๆมาช่วยเสริมความตื่นเต้น เพราะเพียงแค่ผู้ชมเห็นชิเกอร์ค่อยเดินถือปืนไปตามหามอสส์ ก็แทบจะหยุดหายใจกันได้แล้ว หนังสามารถสร้างความระทึกแก่คนดูได้อย่างไม่น่าเชื่อ อาจเป็นเพราะการปูพื้นฐานตัวละครของชิเกอร์มาดี ที่จะทำให้คนดูมั่นใจได้ว่า จะได้เห็นฉากเลือดสาดเสียวสยองยิ่งกว่าลองของทุกครั้งแน่ๆที่เจ้าชิเกอร์มันโผล่มา

การเล่าเรื่องของตัวหนังก็โดเด่นมาก หนังไม่จำเป็นต้องมีคนมาบรรยายสถานการณ์ต่างๆให้เลย เพราะตัวหนังใช้ความเงียบ แ
ละภาพของ "ผลลัพธ์" ของเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นไปหมาดๆ เล่าเรื่องราวแทนได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นหนังแอคชั่นทริลเลอร์ชั้นดี ที่ตื่นเต้นเสียจนสะดุ้งได้ทุกเมื่อ

spoil>> ตัวหนังระหว่างเดินเรื่องให้แง่คิดในด้านของความดีและความชั่ว การไล่ล่าของความมีเหตุผล และความไร้เหตุผล จะไม่ขอเขียนนะครับเพราะตัวเองก็ยังวิเคราะห์ได้งูปลาๆอยู่เลย ประเด็นของหนังตอนแรกผมนึกว่ามีแค่การไล่ล่าธรรมดา แต่ประเด็นมันอยู่ที่ "ชื่อของหนัง" คนแก่ในชื่อเรื่องนั้นตีความหมายเต็มๆได้ถึงตัวนายอำเภอ ที่ติดตามคดีการสังหารหมู่ระหว่างแก็งค์ฆ่ายา และมีหน้าที่ติดตามคุ้มครองแก่มอสส์ ผู้เป็นผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่แต่บังเอิญอยากเสนอหน้าไปเอาเงิน

แต่ไม่ว่าจะยังไงๆ นายอำเภอก็ไม่เคยไล่ตามชิเกอร์ หรือมอสส์ได้ทันสักครั้ง มีเขาจะมีประสบการณปราบปราม์อาชญากรรมมามากเท่าใด แต่ไม่ใช่ว่านายอำเภอจะตามล่าชิเกอร์และมอสไม่ได้ เขา "เลือก" ที่จะไม่ทำมันต่างหาก เขาสามารถวิเคราะห์แผนการหลายอย่างได้ถูกต้อง แต่เขาไม่ยอมที่จะไปดักหน้าอาชญากรกลับแแค่เดินตามรอยอาชญากรไปเรื่อยๆ และหวังว่าตัวเองจะช่วยมอสส์ได้ทันเวลา แต่ผลสุดท้ายก็คือเขาช่วยมอสส์ได้ไม่ทันเวลา แม้เขาจะรู้เรื่องล่วงหน้าจากภรรยาของมอสส์แล้วก็ตาม แต่เขาเชื่องช้าจนเกินไป.. จนปล่อยให้มอสส์ถึงแก่ความตาย และเมื่อนายอำเภอย้อนกลับไปดูที่เกิดเหตุเพื่อตามล่าชิเกอร์อีกครั้ง.. เขาก็ยังคงไปสายเหมือนเดิม..

เปรียบเสมือนกับคนที่รู้ปัญหาแล้วเขากลับไม่ยอมแก้ไข เอาแต่นั่งนิ่งดูปัญหานั้น อยู่แต่ในกรอบของตัวเอง.. แล้วอย่างนี้จะมีที่ให้ไปสำหรับเขาได้อย่างไร.. ตามชื่อของหนัง "ไม่มีที่อยู่สำหรับคนแก่" ตอนสรุปของหนังทำเอาผมงงเต้กไปหลายอยู่.. ต้องไปขวนขวายหาบทวิจารณ์จึงจะรู้ว่าความฝันในตอนจบของนายอำเภอคืออะไร ความฝันที่ว่าทำเงินหายเปรียบเสมือนทำเกียรติยศของครอบครัวหายไปสิ้น ส่วนความฝันที่ตามพ่อของเขาไปเปรียบเสมือนการมีความหวัง ให้กับความผิดพลาดของเขาได้ทุกครั้งไป แต่แล้วประโยคที่ว่า "then, I wake up" ก็ทลายความฝันนั้นทิ้งไปซะ เหลือแต่ความจริงที่ว่า หากเขารู้ปัญหา แต่เขาไม่ลงมือทำ ถึงแม้เขาจะเป็นคนดี แต่ก็มิอาจต้านทานเหล่าคนเลวไปได้..

อีกสิ่งที่ชื่นชมคือการแสดงของ Javier Bardem ที่สวมบทบาทเป็นชิเกอร์ได้แบบโรคจิตสุดยอด (จนสยองทุกครั้งที่มันโผล่มาในฉาก) ความสยองในหนังเรื่องนี้เกิดขึ้นได้เพราะเขาคนนี้แหล่ะ ถ้าไม่ได้เขามาแสดงก็ไม่รู้ว่าผลลัพธ์ของหนัง สมรรถนะของมันจะด้อยลงไปสักเพียงใด

ส่วนที่ชอบ
- ฉากแอคชั่นทริลเลอร์ลุ้นระทึกสุด แทบไม่หายใจ ทำเอาผมเกลียดหน้าเจ้าชิเกอร์ไปเลย สยองมากๆ
- การเล่าเรื่องที่มีเสน่ห์ของหนัง ให้รายละเอียดของหนังครบ โดยที่ไม่มีเสียงบรรยายใดๆเลย
- การถ่ายภาพมุมกว้างของทะเลทราย พื้นที่แห้งแล้งอันเวิ้งว้างได้อย่างสวยงาม
- อาเฮียชิเกอร์ได้ใจผมไปเต็มๆ หลอนนนนมากๆๆ 0_o

ส่วนที่ไม่ชอบ
- ฉากจบของหนังแม้ความจะดี แต่มันต้องตีความกันหลายตลบกว่าจะเข้าใจ ทำให้แว่บแรกที่ดูจบรู้สึกเหมือนถูกตัดจบ
- ข้อคิดของหนังแม้จะฟังดูดีแต่ว่าพี่ครับ หนังพี่มันดูยากมากเลย ผมต้องเล่นเนตหลายเว็บมากเลยนะ กว่าจะเข้าใจ!!

สรุป
ถามว่าหนังออสการ์เรื่องนี้ดีไหมผมของตอบว่า "ดี" แต่ถ้าถามชอบไหมผมก็จะตอบว่า "ไม่ถึงกับชอบ" อาจเป็นเพราะหนังดูยากจนเกินไปสักนิดนึง ไม่เหมือนกับ Pan's Labyrinth ที่ตีความได้ง่ายกว่า ก็สัญลักษณ์ของหนังเด่นชัดมาก ความหมายที่สื่อก็ตรงประเด็นอย่างแรง แต่หนังเรื่องนี้มองหาสัญลักษณ์เชิงเปรียบเทียบยากเหลือหลาย หากใครที่อยากจะดูหนังทริลเลอร์มันส์ละก็เรื่องนี้ก็น่าสน แต่คงไม่เหมาะกับคอหนังแนวสยองขวัญ น่าจะเหมาะกับคอหนังแนวดราม่าที่ชอบวิเคราะห์บทสนทนาตัวละครเสียมากกว่า ส่วนคุณสุภาพสตรีที่ไม่นิยมความรุนแรง หรือใครที่กลัวเลือดละก็ หนังเรื่องนี้ท่านควรหลีกเลี่ยงอย่างถึงที่สุดครับ ด้วยความปรารถนาดี..

Grade: B+ คงจดจำไปอีกนานเพราะเจ้า..ชิเกอร์!!
ดูเกณฑ์การให้คะแนนได้ที่นี่ครับ >> http://armkung.exteen.com/20080319/entry

--------------------------------------------------------------
คำวิจารณ์ในโลกไซเบอร์..

นักดูหนัง;
Yahoo!Movies B+
imdb.com 8.5/10

นักวิจารณ;
Yahoo!Movies A
rottentomatoes 94%

edit @ 20 Mar 2008 02:15:24 by ArMKunG