Tales of Terror - part2 สยองขวัญรอบ ม.
posted on 09 Aug 2007 21:49 by armkungมาโพสต์ต่อจาก entry ที่แล้ว
แม้จะแห้งแล้งcomment เหลือหลาย
แต่เราก็จะยังฝืนทนอัพต่อไป..
ใครบังเอิญผ่านมาอ่านช่วย comment ให้กำลังใจมั่งนะครับ..
Tales of Terror - part2
สยองขวัญรอบ ม.
คราวที่แล้วเรื่องแรกเป็นเรื่องที่ผมเคยเจอในหอพัก
คราวนี้จะเอาเรื่องที่เคยเจอรอบๆ ม. ดูบ้าง
Tale II - เรือนไทย ณ ราตรี
ที่ ม.มหิดล ศาลายา บริเวณข้างหน้าคณะดุริยางคศิลป์ (ที่ถ่าย Season Change นั่นน่ะ)จะมีเรือนไทยหลังใหญ่ๆอยู่หลังหนึ่ง สร้างไว้นานมาแล้ว ตั้งเมื่อไหร่ก็จำไม่ได้ (เหมือนกับจะถามว่า เฮ้ยตึกเรียนคณะเราสร้างมาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย ก็คงไม่มีใครรู้ใช่มะ?) ตัวเรือนมีเรือนใหญ่หนึ่งเรือน เรือนย่อยหนึ่งเรือนตั้งอยู่เหนือน้ำ และศาลาริมน้ำอีกหนึ่งหลัง ทั้งหมดเชื่อมต่อกันเป็นเรือนเดียวเรือนไทยนี้มีเรื่องเล่าต่อๆกันมานาน หลายเรื่อง เรื่องที่ดังที่สุดคงเป็นเรื่องที่ว่ามีนักศึกษาหญิงไปอ่านหนังสือที่ศาลาริมน้ำ พอตกเย็นจะเก็บของกลับ ก็หันหน้าไปจะเอ๋กับผู้หญิงใส่ชุดไทย ห้อยตัวลงมาจากขื่อ ปากยิ้มกว้างเห็นฟันดำทั้งปาก ผู้หญิงคนนั้นกรี๊ดดังสนั่น จนเป็นลมล้มไป...
ตอนที่ผมเข้ามาเรียนที่ปี 1 เรือนไทยปิดบูรณะซ่อมแซมใหญ่อยู่ไม่ทราบเหมือนกันว่าจะใช้ทำเป็นอะไร... ตอนเทอม1นั้นวิชาสังคมมีให้การบ้านทำละครเชิงปรัชญาให้หัวข้อมาและให้แต่ละกลุ่มแต่งบทเล่นกันเอง จะเล่นสดหน้าชั้นหรืออัดวีดีโอก็ได้กลุ่มผมนั้นได้หัวข้อเรื่อง"ความสุข" คุยๆกันไปๆมาๆ เลยตกลงจะทำละครไทยย้อนยุคกัน ใช้กล้องวีดีโอถ่ายมาเปิดเพราะง่ายดี.. วันถ่ายทำก็นัดวันกันมาวันนึง แล้วก็ไปถ่ายกันที่เรือนไทยตรงนั้นตั้งแต่เช้าจนเย็นเลย (พยายามใช้มุมกล้องไม่ให้เห็นส่วนที่ปิดซ่อม) ตอนถ่ายก็เรียบร้อยกันดีไม่มีอะไรผิดพลาด ถ่ายกันสนุกๆ เล่นๆกันมากกว่า โดยที่ทุกคนต่างก็ลืมอะไรไปอย่างหนึ่ง.. นั่นคือ ลืมไหว้เจ้าที่!!
พอถ่ายกันเส็จก็ยกหน้าที่ตัดต่อให้เพื่อนไปอีก 2 คน ... หลังจากนั้นไม่นาน มันก็โทรมาบอกว่า " เกิดอะไรขึ้นไม่รู้ ไฟล์ที่ถ่ายมาตอนอยู่เรือนไทย หายหมดเลย!! สงสัยมีคนกดลบไป!!" พวกเราก็เครียดกันใหญ่เลย ไปสรรหาโปรแกรมกู้ไฟล์มากันใหญ่ นั่งกู้กันทั้งคืน เพราะไม่อยากถ่ายใหม่ แต่กลับกู้ไม่ได้สักที... แล้วเพื่อนคนนึงก็อุตตริคิดมาได้ว่า "เฮ้ยเราไหว้เจ้าที่กันยังวะ?".. ก็เลยส่งตัวแทนเราไปไหว้เจ้าที่เจ้าทางที่เรือนไทย บนบานกันเล็กน้อย... ที่น่าแปลกใจคือพอไปไหว้แล้วกลับมากู้ไฟล์ กลับกู้ไฟล์ได้!? ที่น่าแปลกอย่างหนึ่งคือ ไฟล์ที่หายไปคือ ไฟล์คือถ่ายตอนอยู่บนเรือนไทยช่วงบ่ายๆ ช่วงเช้าที่ถ่ายตรงที่อื่นกลับไม่มีอะไร...
คนในกลุ่มก็ยังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง อาจจะเป็นเพราะบังเอิญก็ได้ แต่ที่แน่ๆ หลังจากนั้นพวกผมต้องไปถ่ายฉากแก้ที่เรือนไทยอีกรอบ พวกเราก็ต้องไม่ลืมว่าต้องไหว้เจ้าที่ก่อนเสมอ...
ช่วงเทอม2 ในที่สุดเรือนไทยก็บูรณะเสร็จดูสง่างามและขลังกว่าเดิมมาก บางทีช่วงเที่ยงว่างๆ พวกผมจะไปนอนเล่นที่ศาลาริมน้ำบางที เพราะอากาศที่เย็นสบายในเรือนไทยโบราณนั่นเอง
คราวนี้ก็มาเข้าเรื่องของเราล่ะครับ..
คืนหนึ่งหลังจากที่เพิ่งกินข้าวหน้า ม. เสร็จ พวกเพื่อนๆและผม ก็ปั่นจักรยานเล่นกันต่อในม. เมื่อผ่านที่หน้าเรือนไทย เห็นวันนี้เรือนไทยตอนกลางคืน เปิดไฟสลัวๆ ก็เลยจอดจักรยานเข้าไปเดินเล่นกันดู..
เรือนไทยตอนกลางคืนก็สวยงามขลังจริงๆนั่นแหล่ะ.. เงียบเชียบวังเวงบอกไม่ถูก เย็นสงบน่าใจหายเหมือนกัน... ขณะที่พวกผมเดินเล่นสำรวจกันอยู่พักหนึ่ง พวกผมกำลังอยู่แถวๆใต้เรือนใหญ่ ผมก็รู้สึก แปลกๆบอกไม่ถูก ก็เลยลองหันกลับไปดูทางเรือนที่อยู่กลางน้ำ..
ผมเห็นเงาดำๆรางยืนอยู่ที่เรือนนั้น ลักษณะคล้ายคนกำลังจ้องมาที่พวกผม..
ผมหันหน้ากลับมา และลองหันกลับไปดูที่เดิมอีกที แต่...
เงานั้นหายไปแล้ว...
ผมไม่รีรออะไรอีกทั้งสิ้นเดินไปหาเพื่อนที่มันน่าจะรู้ใจผม จับแขนเสื้อมันกระตุกถี่หลายๆที มองหน้ามันแบบกลัวๆ แต่ไม่พูดอะไรออกมา มันก็รู้ใจผมจริงๆนั่นแหล่ะ รีบพาผมและเพื่อนๆที่เหลืออกมาเลย...
ผมก็ไม่รู้ว่าที่ผมเห็นนั้นคืออะไร? บางทีผมอาจจะตาฝาดไปเองก็ได้... แต่ผมคงไม่อยากกลับไปพิสูจน์อีกทีหรอก...
.................................................
Tale III -ทางเดินที่ไร้เสียง
ที่ศาลายาจะเรียกห้อง lecture ว่า "L" ตึกLจะมีอยู่ 2 ตึก ตั้งอยู่กลางม. เป็นที่ lecture รวมๆหลายคณะ มีทางเชื่อมเดินต่อถึงกันไปตึกโน่นตึกนี้เรียกเล่นๆว่า "ทางเดินL" เวลากลางวันคนจะพลุกพล่านมากมาย เดินกันให้ควัก ยิ่งตอนเลิกเรียนนี่สุดๆไปเลย แต่ช่วงค่ำๆไปแล้วก็จะไม่มีใครกล้าเดินผ่านมาเลย เพราะความมืด เปลี่ยว อันตราย และตอนกลางคืนคนจะใช้จักรยานทางถนนใหญ่มากกว่าที่จะมาทางนี้...
คืนหนึ่งวันไหนก็จำไม่ได้แล้ว ผมออกมาปั่นจักรยานเล่นตอนกลางคืนคนเดียว(อีกแล้วครับท่าน) ปกติก็จะปั่นรอบๆม.ตามถนนใหญ่ทั่วไป แต่วันนั้นเกิดครึ้มยังไงไม่ทราบได้ รู้สึกว่าเบื่อทางเดิมๆ พอมาถึงหน้าหอที่เป็นทางแยกเข้าไปตามทางเดิน L ก็เลยลองเลี้ยวไปทางใหม่ดู..
ทางเดินตอนกลางคืนนี่เงียบแบบสุดๆจริงๆ ตอนนั้นก็สี่ทุ่มกว่าแล้ว หอปิดไปเรียบร้อยแล้วจึงรับประกันได้ว่าคงไม่มีใครมาเดินอยู่แถวนั้นแน่ๆ ผมก็ปั่นไปตามทางปกติ แล้วก็เลี้ยวไปทางหน้าหอสมุด เพราะมีถนนออกไปถนนใหญ่กลับคอนโดที่ผมอยู่ได้ ถนนหน้าหอสมุดเมือก่อนจะมีต้นไม้ทึบๆขึ้นอยู่ระหว่างทางเดินL กับถนนยางมะตอย ตอนที่ผมปั่นมานั้นก็ได้ยินเสียงแมลงร้อง เสียงกรอกแกรกทั่วไป ตามธรรมชาติตอนกลางคืน แต่พอผมปั่นมาที่ตรงนั้นปุ๊บ...
เงียบ...
เงียบมากๆ...
มันเงียบ... เงียบจนผิดปกติ ปกติมันต้องมีเสียงแมลงเสียงอะไรบ้างสิ...
แต่นี้มันเงียบเกินไปแล้ว...
ผมรู้สึกใจคอไม่ดี เลยหันรถกลับมาทางเก่า กะปั่นกลับทางเดิม แต่สุดท้ายผมก็ปั่นกลับทางที่เลียบกับป่าหน้าห้องสมุด.. ผมปั่นไปเรื่อยๆเปื่อยแต่ผมก็ยินเสียงแกรกๆแปลกๆเหมือนเสียงล้อจักรยาน เพราะปกติจักรยานผมมันก็ชอบง้องแง้งอยู่แล้ว ผมลองก้มๆดูเอาเท้าแตะๆล้อดู แล้วผมก็ลองฟังเสียงดูดีๆผมก็พบว่า เสียงนั้นมันไม่ได้มาจากตรงล้อจักรยาน...
แต่มันดังมาจากข้างหลังผมอีกที!
ผมก็ยังทำใจดีสู้เสือไปก่อน ผมเริ่มปั่นจักรยานเร็วขึ้นเพื่อจะได้ไปให้พ้นๆทางนี้ แต่...
"กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง"
ดันมีเสียงกริ่งที่ไหนมารู้ดังมาไล่มาจากด้านหลัง!!
เท่านั้นแหละผมก็ปั่นแบบ Hi-Speed สุดๆ True ก็ยังไม่เร็วเท่า แบบสุดชีวิตเลย ปั่นแปบเดียวก็มาเกือบถึงสะพานข้ามคลองแถวคณะ EN ที่มีลุงยามอยู่ ผมเลยลองแตะเบรคแล้วกล้าๆหันกลับไปมองข้างหลัง...
ไม่มีใคร
ไม่มีอะไร
ไม่มีเสียงอะไรเหมือนเดิม...
แล้วไอ้ที่มันไล่หลังผมเมื่อกี้มันอะไรล่ะ?
ที่แน่ๆมันไม่ใช่แม่บ้านปั่นจักรยานไปจ่ายตลาดก็แล้วกัน!
to be continued in part 3..

ยิ่งเคยอยู่ที่นั่นจิงๆ ยิ่งนึกภาพออก
พี่ไม่เคยเจอเลย ประมาณว่าจูนคลื่นกันไม่ติดมั้ง(ดีแล้วค่ะ) แล้วก็ไม่นิยมลองของด้วย ในกลุ่มนี่ พี่กลัวน้อยสุดแล้วมั้ง
พี่รหัสเอ็งง่ะ ตัวดี ทั้งกลัวทั้งเคยเจอกะตัว ลองไปถามดูดิ
#1 By fontis on 2007-08-10 23:11