ตอนนี้แอบว่างๆนิดนึงส์เพิ่งทำการบ้านเสร็จ...
มหาลัยก็กำลังจะปิดในอีกไม่กี่วันเนื่องในกีฬามหาลัยโลก 2 อาทิตย์..
เลยแอบมาอัพบลอคหน่อยกลัวคนจะหายไป(จริงๆก็หายไปหมดแล้วล่ะ..)
คิดไปคิดมาเอาเรื่องไรมาเล่าดี เลยกลายเป็นเรื่องนี้ละกัน


Tales of Terror;part1เรื่องเล่าจากหอพักศาลายา...

รวบรวมเรื่องเล่าลึกลับสยองขวัญ ที่พิสูจน์ไม่ได้ทางวิทยาศาสตร์
แต่ผมได้เผชิญมาด้วยตัวเองมาพอดู ตอนที่เรียนอยู่ศาลายาตอนปีที่ 1
ทั้งๆที่แต่ก่อนเป็นคนกลัวผีมากๆ คนหนึ่ง แต่หลังจากเจอบ่อยๆเข้า..
ตอนนี้เลยเป็นคนขวัญแข็งขึ้นมาบ้างเพราะเริ่มๆชินแล้ว ที่เจอ...

จะรอช้าอยู่ใยเริ่มกันเลยละกัน

.......
.....
...
.


Tale I: TheHauntedDorm

ศาลายานั้นอยู่ค่อนข้างชานเมืองออกนอกกรุงเทพไป นศ.จึงต้องพักที่หอพักกันเป็นส่วนมาก โดยหลักก็คงต้องเป็นหอพักที่ทางมหาวิทยาลัยจัดให้หรือ"หอใน" เพราะราคาที่ถูก อยู่ใกล้ที่เรียน เพื่อนที่มหาลัยเดียวกันมากมาย แต่เนื่องด้วยความเก่าและความแออัดของหอพัก นศ.บางส่วนไม่อาจทนได้ก็จะไปอยู่ "คอนโด" เป็นหอพักหรูที่ทางมหาลัยสร้างเพิ่มเติมมาภายหลัง อยู่ภายในรั้วมหาลัยเอง แต่ไกลจากที่เรียนและหอในพอควร แต่ถ้ามีจักรยานปั่นกันแปบเดียวก็ถึง.. นศ.ส่วนหนึ่งก็จะนิยมมาพักกันที่นี่ แม้ราคาจะแพงกว่ามากๆ แต่ก็สะดวกสบาย ห้องหับกว้างขวาง เลือกroommateได้เองไม่ต้อง ถูกสุ่มแบบหอใน แต่เนื่องด้วยความนิยมที่มาก และห้องพักไม่พอ ก็อาจจะมี นศ.บางส่วนที่พลาดจากการจองห้อง ต้องไปอยู่หอพักเอกชนอื่นๆนอกรั้ว ที่มักเรียกกันว่า "หอนอก" อีกทีที่หอในมีตำนานความเชื่อเรื่องเล่า เล่าสืบกันต่อๆมามากมาย จริงบ้างไม่จริงบ้าง ไม่ใครอาจรู้ได้ ที่คอนโดก็มีเรื่องเล่าอยู่เรื่องหนึ่ง แต่ถูกยืนยันแล้วว่าเป็นเรื่อง "แต่งเอง" ส่วนเรื่องราวของของผมนี้ขอรับประกันว่าเป็นเรื่องจริง เพราะประสบมากับตัวเองที่คอนโด และเคยเล่าต่อแค่รุ่นน้องรุ่นเดียวเท่านั้น...

คอนโดห้องที่ผมอยู่(ขอสงวนตึกและเลขห้องเพื่อไม่ให้เกิดการพาดพึง) มีลักษณะเป็นห้องโถงกว้างๆ 1 ห้อง และมีห้องนอนอีก 2 ห้องเป็นห้องเล็กกับห้องใหญ่ โดยเวลากลางคืนส่วนใหญ่พวกห้องผมก็จะมาอ่านหนังสือกันที่ห้องโถง เวลานอนก็จะถึงจะเข้าห้องนอนตัวเอง เพราะเวลานอนไม่ค่อยตรงกัน จึงสงวนห้องไว้นอนเท่านั้น เรื่องเกิดขึ้นตอนใกล้สอบ.. ที่มุกคนมาอ่านหนังสือกันจนดึกดื่น ยิ่งเวลาผ่านไป แต่ละคนก็เริ่มเหนื่อยล้าจนไม่ไหว เข้าไปนอนกันทีละคนๆ จนในสุดก็เหลือผมอยู่เพียงคนเดียวตอนเวลาประมาณตี1ครึ่ง ผมก็ยังอ่านหนังสือต่อไปเพียงคนเดียว อาจจะรู้สึกเปลี่ยวๆบ้าง แต่ความรู้สึกกลัวสอบตกมันรุนแรงมากกว่า!!
อ่านไปจนถึงประมาณตี2หน่อยๆ ก็เริ่มล้า ตอนนั้นนึกยังไงไม่รู้ จึงออกจากห้อง ไปปั่นจักรยานเล่นคนเดียวรอบๆม. ปั่นไป7elevenซื้อของกิน แล้วก็กลับมาที่ห้อง ตอนนั้นเวลาประมาณตี2ครึ่งได้แล้ว รู้สึกง่วงมาก ก็ปิดไฟเข้าไปนอนเลย... ผมนอนที่ห้องนอนเล็ก ห้องจะมีเตียงให้เตียงเดียว ผมจึงต้องเอาฟูกมาปูนอนที่พื้นเอง เมื่อนอนแล้วจะสามารถมองลอดใต้ช่องประตู มองเห็นความเคลื่อนไหวห้องโถงใหญ่ได้... ผมก็นอนไปสักพักยังไม่ทันจะหลับดี ทันใดนั้น ผมก็ได้ยินเสียงเปิดประตูมาจากทางห้องนอนใหญ่ และมีเสียงเดินตึงตังอยู่ในห้องโถง ผมจึงลืมตามาดูผ่านช่องรอยต่อนั้น.. และเห็นเป็นเงาดำๆของคนกำลังเดินไปเดินมาในห้อง จัดข้าวจัดของเสียงดังปึงปัง ผมก็นึกว่าของเป็นเพื่อนในอีกห้องหนึ่งลืมของเลยลุกออกมาจัดของให้เรียบร้อย แต่เสียงจัดของนั้นดังนานมาก ราวกับจัดของไม่เสร็จเสียที... ผมนั้นอยากจะลุกไปข้างนอกให้รู้แล้วรู้รอด ไปตะโกนดังๆว่า "มาทำอะไรเอาตอนนี้ กรูจะนอน!!" แต่ความง่วงนั้นมีฤทธิ์จู่โจมรุนแรงกว่า ผมก็เลยไม่ได้ลุกออกไปดู สักพักก็ผล็อยหลับไป....
เมื่อตอนเช้าที่วุ่นวายเริ่มต้นขึ้น ทุกคนรีบลุกมาอาบน้ำแต่งตัว เตรียมตัวไปสอบกันอย่างชุลมุน ช่วงตอนที่ผมกำลังเตรียมกระเป๋าอยู่นั้น ก็นึกได้ถึงเรื่องเมื่อคืนและถาม roommate ในห้องไปว่า
" เมื่อคืนมีใครออกมาจัดของข้างนอกนี่ ตอนประมาณตี3รึปล่าว เสียงดังมากเลยนะเว้ย "
เพื่อน 2 คนก็ทำหน้างงๆ และตอบผมว่า
" เมื่อคืนนี้เข้าห้องไป กรูก็หลับเลยนะ ไม่ได้มีใครลุกมาข้างนอกสักหน่อย " ...

ถ้าอย่างนั้นแล้ว... เมื่อคืนนี้มันคืออะไรกันหล่ะ? ผมนึกในใจว่า..เจอดีเข้าแล้วไง!!

ผมเล่าเรื่องเมื่อคืนให้เพื่อนๆฟัง แต่กลับไม่มีใครเชื่อเลย..
" บ้าป่าวเนี่ย เมื่อคืนนอนดึกไปป่าว หลอนแล้วมั้งเนี่ย... "
" เฮ้ย แกเบลอป่าวเนี่ย เมื่อคืนนอนตีไรวะเนี่ย... "


ผมก็ได้แต่หวาดกลัวไปคนเดียว โดยไม่มีคนอื่นมาร่วมกลัวกับผมด้วยเลย.. ผมแก้ปัญหาด้วยการไปหาซื้อธูป มาไหว้เซ่นเจ้าที่เจ้าทางตรงระเบียงห้อง เพราะคิดว่าการกระทำของผมบางอย่างอาจจะไปหลบหลู่เจ้าที่เจ้าทางเข้า จึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมา...

หลังจากนั้นอีกประมาณ 1 เดือน...

คืนหนึ่ง เพื่อนที่หอนอกมาเล่นไพ่ที่ห้องผม พวกเขาเล่นไพ่กันที่ห้องโถง ผมกับเพื่อนอีกคน ไปอ่านหนังสือกันในห้องนอน สักพักใหญ่ผมก็ออกมาที่ห้องโถง ก็เจอเพื่อนกลุ่มนั้นกำลังกระวนกระวายกันอยู่... เล่าให้ผมฟังว่า กำลังเล่นกันอยู่สนุกๆก็ได้ยินเสียงประหลาดๆ เหมือนเสียงชัตเตอร์ดังอยู่รอบๆตัว แต่หาที่มาไม่ได้ ตอนเรียกก็นึกว่าเสียงจากห้องข้างๆ แต่มันก็ไม่ใช่... ผมลองช่วยกันฟังกับพวกมันก็ได้ยินจริงๆ "แช๊ะ" เสียงน่าประหลาดที่ดังขึ้นรอบๆห้อง ทั้งมาจากระเบียงด้านนอก ผนังห้องด้านซ้าย ขวา นอกห้อง หรือแม้แต่ในห้องเอง... พวกเราเดินหาต้นตอของเสียงกันรอบห้อง นอกห้อง ตามทางเดิน ก็ไม่เจอต้นตอของเสียงที่ว่าเลยแม้แต่น้อย... คราวนี้หล่ะ roommate ผมก็หน้าซีดพูดกับผมว่า
" เฮ้ย ธูปที่มรึงซื้อมาคราวก่อน อยู่ที่ไหนวะ.. "
คราวนี้พวกเราทั้งห้องก็ได้ใช้ธูปกันสมใจล่ะ...

วันต่อมาหลังจากที่ผมกลับมาที่ห้อง roommate ร่วมห้องนอนกับผมก็มาพูดคุยกับผมถึง เรื่องเมื่อคืน..
"เฮ้ย เราว่าห้องนี้มีแน่ๆว่ะ.."
"ไงล่ะ ยอมเชื่อตรูรึยังล่ะทีนี้!"
"เฮ้ย เชื่อแล้วเว้ย เพราะว่าเมื้อคืนน่ะเอ่อ..เรา..เราถูกผีอำว่ะ ฝันว่ามีคนมากอด แล้วก็ตกใจตื่นขึ้นมา ขยับตัวไม่ได้เลย ส่งเสียงร้องก็ไม่ได้ ทำอะไรก็ไม่ได้ โคตรน่ากลัวเลย..."
เอาแล้วไงล่ะครับ พี่น้องง...

.....หลังจากวันนั้น roommate พวกผมก็ไม่ได้เจอเรื่องน่ากลัวแบบนี้อีกเลย ทุกสิ่งทุกอย่างก็ดำเนินไปตามปกติ ชีวิตอันแสนสุขของพวกมันกลับมาอีกครั้ง ยกเว้นผม เพราะอะไรน่ะหรือ ก็เพราะผม... ยังเจอเรื่องแบบนี้อีกน่ะสิ!!!
หลังจากนั้นผมก็มักเจอเรื่องแปลกกับตัวเป็นระยะๆ เป็นต้นว่า เวลาอาบน้ำมักจะได้ยินเสียงคนเคาะประตู เหมือนจะมาขอใช้ห้องน้ำ...ทั้งๆที่อยู่คนเดียว! อยู่ในห้องดูทีวีอยู่ดีๆ ก็มีคนมาเคาะประตูหน้าห้อง แต่พอเปิดออกไปดูกลับไม่มีใคร!เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นบ้างประปราย ส่วนตัวแล้วก็เริ่มชาชินกับมัน เริ่มไม่สนใจในเหตุการณ์ไปเรื่อยๆ แม้จะรู้ทั้งรู้ว่า"เจอดี"เข้าให้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมันก็เป็นแค่เสียง รู้ทั้งรู้นะว่า "เขา" มีอยู่แน่ๆ แต่ก็ไม่ได้ปรากฏตัวแบบจังๆ เหมือนที่เพื่อนโดนอำเสียหน่อยสักพักนานๆไปผมก็เริ่มชิน...

และเหตุการณ์ที่รุนแรงช็อคความรู้สึกผมก็เกิดขึ้น วันนั้นช่วงเย็นๆธรรมดา ช่วงใกล้สอบอีกเช่นเคยตอนเทอม2 ผมอ่านหนังสืออยู่ข้างนอกกับเพื่อนอีกคน แต่เพื่อนกลับคุยโทรศัพท์ ผมจึงคว้าหนังสือเข้าไปอ่านในห้องนอนใหญ่(เพราะไม่มีใครอยู่) นอนอ่านหนังสือไปสักพักนึง ก็ได้ยินเสียงเคาะประตู " ป๊อก ๆๆ" พอผมหันกลับไปดู...
" ตึง ตึง ตึง"
มีเสียงเดินย่ำฝีเท้าอยู่ในห้อง... ทั้งที่ไม่มีคนอยู่!!!
เสียงย่ำฝีเท้านั้น ก้าวอย่างเป็นจังหวะเสียงดัง ชัดเจน เดินค่อนข้างเร็ว ตรงจากประตูไปยังหน้าต่าง ไม่ได้ผ่านตัวผมเลย แต่แค่นี้ก็ทำให้ขนทั้งตัวผมลุกซู่ขึ้นมาได้แล้ว... ผมรีบลุกออกจากห้องทันที และไปอยู่กับเพื่อนข้างนอกแทน เพื่อนเห็นผมหน้าตาตื่นมาก็คงจะรู้แล้วล่ะว่า โดน..อีกแล้ว

หลังจากวันนั้นผมก็ได้ไปตักบาตรทำบุญ และนึกแผ่อธิษฐานให้ "เขาคนนั้น" เพราะว่ายังไม่เคยทำบุญให้เขาเลย... หลังจากนั้นจนเรียนจบปีหนึ่งประมาณ 2-3 เดือนผมก็ไม่เจอเหตุการณ์แปลกๆแบบนี้อีกเลย ราวกับว่า ใครบางคน ยอมจากผมไปแล้วแต่โดยดี....

...........................



จบ Tales I แล้วครับ หลังจากอ่านแล้วรู้สึกยังไงเอ่ย
Tales of Terror ยังไม่จบแค่นี้นะ เรื่องที่ผมเจอมี 4 Tales ที่เหลือคือ
Tale II ; ทางเดินLecture Room ที่ไร้เสียง
Tale III; เรือนไทยยามราตรี
Tale IV ; ลองของ..ที่โรงงานร้าง
ทุกเรื่องเป็นเรื่องจริงหมดครับ เจอมากะตัวทั้งนั้น (อยากร้องไห้ T_T)
ถ้า rating ดีจะมาพิมพ์ต่อ คืนนี้หลับฝันดีนะครับทุกคน :-)


edit @ 2007/08/02 00:50:01
edit @ 2007/08/02 20:58:48

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ง่า.. ไว้มาอ่านวันหลังได้ไหม

มันดึกแล้วอ่ะ

นอนคนเดียวด้วย..

อืม...พี่มีแต่ไม่น่ากลัวเท่านี้นะ

แค่...

ตอนอ่านหนังสืออยู่ที่ห้องที่หอ 2 แบบว่าเป็นห้องที่อยู่แถว ๆ ห้องที่เค้าลือกันว่าเคยเกิดเรื่องประหลาดน่ะ

อ่าน ๆ อยู่ อยู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงสาวน้อยน่ารักมากระซิบข้างหูว่า
"อ่านรู้เรื่องเหมือ ฮิฮิ..ฮิ"

"..."

เมททุกคนอยู่ครบนะ...แต่ทุกคนก็ขะมักขะเม้นอ่านหนังสืออย่างเอาเป็นเอาตาย...

พี่ก็เลยเงยหน้าขึ้นไปหาเมทที่อยู่เตียงบน หวังว่าจะเห็นมันนอนอ่านเอาหัวมาทางที่พี่ได้ยินเสียง...เสียใจย่ะ เมทพี่ยัดหูฟังหลับไปแล้ว...หัวอยู่ด้านตรงข้ามโดยสิ้นเชิง

เที่ยงคืนแล้ว...นอนดีกว่า...((คืนนั้นไม่ไดอ่านต่อแล้วจ้า...))

#2 By ~*LuCReZiA*~ on 2007-08-09 16:34

เหวออออออ....
ม่ายหวายแล้วนา ทำไมเราไม่เคยเจอเลยหว่า
ชีวิตสงบสุขหลายๆ
ขอให้ไปที่ชอบๆนะ

#3 By choc on 2007-08-16 21:21

อืมม ขอเอาไปทําละครเวทีได้ไมค่ะ น่ากัวดี

#4 By Beat! on 2007-10-25 13:57

ไอ้เรื่องเสียงเคาะ ๆ เนี่ยเจอบ่อยมากที่บ้านตัวเอง ตั้งแต่เด็ก จนตอนนี้ชินและไม่รู้สึกอะไรแล้ว เพราะ "เขา" ก็ไม่ได้มาทำร้ายอะไรเรา..

ปล.ไม่ได้ย้ายบ้านไปไหน...และรู้ว่า "เขา" ยังอยู่

#5 By =*MoonShiNe Ze*= on 2008-01-04 02:57