งานพระราชทานเพลิงศพอาจารย์ใหญ่
posted on 09 Apr 2007 22:40 by armkungวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2550
ที่เพิ่งผ่านไปนี้ ทางคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลของเรา ก็ได้จัดงานพิธีพระราชทานเพลิงศพอาจารย์ใหญ่ที่ใช้ศึกษาเล่าเรียนในปีการศึกษา 2549 ที่ผ่านมา ร่วมกับคณะอื่นอีกหลายคณะ จากหลายๆมหาวิทยาลัย เช่น ม.รามคำแหง, ม.ธรรมศาสตร์, สถาบันหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ เป็นต้น แต่ที่เป็นคณะแพทย์มีของเราคณะเดียว จุดประสงค์ก็เพื่อรำลึกพระคุณท่านอาจารย์ใหญ่ ที่ได้อุทิศร่างกายให้พวกเรามาเล่าเรียน เพื่อติดต่อกับญาติของอาจารย์ ให้มาประกอบพิธีทางศาสนาร่วมกัน และขอพระราชทานเพลิงศพ เพื่อให้สมกับเกียรติคุณที่ท่านอาจารย์อุทิศร่างให้เป็นประโยชน์กับประเทศชาติ
-----------------------------
หลังจากพิมพ์ศัพท์เป็นการเป็นงานจบไปแล้ว ต่อไปนี้จะเข้าสู่พาร์ทไดอารี่บ่นไปตามประสา
ท่านผู้ใดขี้เกียจอ่าน ขอให้อ่านข้ามพาร์ทเตรียมงานเพราะบ่นแบบไร้สาระมากๆ
หากอยากได้ความซึ้งขอให้อ่านช่วงวันงานตอนต้นๆ และช่วงท้ายๆ จะได้อารมณ์ซึ้งอย่างแรง..
-----------------------------
ช่วงเตรียมงาน
การจะจัดงานนี้ขึ้นมานั้น เป็นงานที่ใหญ่มากๆ เพราะต้องติดต่อหลายๆคณะมาเข้าร่วม มีการเชิญญาติอาจารย์ใหญ่จากทั่วประเทศมาร่วมงานในวันเดียว และอะไรต่อมิอะไรหลายอย่าง
ก็เลยต้องการผู้กล้ามาอาสาเป็นกรรมการหลายอัตราจ้าง ความเสี่ยงสูง (ค่าตอบแทนไม่มี มีแต่ความสุขใจ) แน่นอนเราก็ถูกทาบทามจากเพื่อนหลายคนว่า "มาทำกะกรูเห้อะ น่านะมีเพื่อนเยอะ"แต่เนื่องด้วย ค่า skill accuracy ที่อัพมาแล้ว เราก็หลบหลีก ท่าไม้ตาย คารมชวนเชื่อ และพลังบังคับทั้งหลายมาได้ ถือว่ารอดตัวไป... ไม่มีทางไปร่วม party quest กะพวกมันเด็ดขาด quest ยากจะตาย...
แรกก็เห็นพวกนั้นว่างๆงานกันอยู่ แต่พอใกล้วันงาน เหล่าquest ก็เริ่ม add มาเรื่อยๆ มีงานให้พวกนั้นทำกันเพียบ.. ส่วนเราก็มี guild เป็นของตัวเองด้วย อยู่ Guild Photo ทำหน้าที่ถ่ายรูปในงานอย่างเดียว รู้แค่นั้น ใกล้ๆวันงานค่อยมาฟังงานอีกที แล้วมาอีกทีวันงานเลย ฟังดูสบายๆดี
ใกล้ๆวันก็มา brief งาน หน้าที่ก้อคือเป็นช่างกล้อง ประจำตำแหน่งที่ห้องดองร่างอาจารย์(เรียกย่อๆว่า ห้องดองศพ) มีอาวุธเป็น Nikon D80 , Ascessory ที่ request สำหรับ quest นี้ก้อคือ Flashเพราะที่นั่นมืดมาก แต่ทว่าไม่มีตังค์ซื้อ ก้อต้องใช้ Flash หัวกล้องพอทำเนาไปก่อน GM เค้าอนุญาตให้แล้วง่ะ... หน้าที่นอกจากนั้นก็ช่วยงานฝ่ายอื่นๆไปตามประสา ถ่ายรูปเตรียมงานบ้าง ถ้าว่างจากจุดประจำก็ไปช่วย Guild อื่นบ้าง..
(เบื่อใช้ภาษาเกมส์แระ ใช้ภาษาชาวบ้านดีกว่า..)
ก่อนวันงาน 2 วันก็มีต้องมาเตรียมงานกันเล็กน้อย ก็มากวาดพื้นอาคาร เก็บของทำความสะอาดไปเรื่อยเปื่อย แต่หน้าที่เรานี่สิ ต้องไปขัดเครื่องเงิน พวกโต๊ะหมู่บูชาพระอ่ะ โอ้โหของใช้กันปีละครั้ง แต่เวลาขัดสั่งว่าขัดให้เหมือนใหม่ๆเลยนะ ขัดกะเพื่อนๆผู้ร่วมชะตากรรมกันมือไม้ชาไปหมด -_-"
---------------------------------------------------------
วันงาน 5 เม.ษ.
วันงานก็ยุ่งกันจริงๆ เช้าก็ไปช่วยยกของ จัดของไปเรื่อยเปื่อยร้อนอิ๋บอ๋าย...
แล้วก็ไปประจำตำแหน่งอยู่ในห้องดอง คอยถ่ายรูปบรรยากาศญาติที่จะมาเคารพศพญาติตน อยู่ในนั้นตอนแรกกะคิดว่าแค่ถ่ายรูปเฉยๆ ถ่ายให้ได้เยอะๆ ยิงแฟลชเบาๆจะได้ไม่รบกวนญาติ.. แต่ว่าตัวงานจริงๆมันไม่ใช่อย่างนั้นเลย...
ญาติคนแรกที่เข้ามาก็มาหามาเคารพไหว้ศพกันปกติ บางคนก็มีหยอกล้อนักศึกษาคุยถามเล่นบ้าง แต่คนต่อๆมานี่สิ ทำเอาเราถ่ายรูปไม่ลงเลย...
ครอบครัวหนึ่งมายืนนิ่งที่หน้าร่าง แค่ยืนเฉยๆไม่มีคำพูดใดๆเปล่งออกมา มีเพียงน้ำตาที่เริ่มเอ่อท้น กับความรู้สึกที่คนอื่นยากจะเข้าใจ...
หญิงวัยกลางคน คนหนึ่งเข้ามายืนนิ่งเฉยๆอยู่หน้าร่าง บอกให้คนอื่นๆออกไปก่อน แล้วก็ยืนอยู่ที่เดิมเป็นชั่วโมง สายตาของเธอฉายแววอาลัยอาวรณ์อย่างลึกซึ้ง...
หญิงชราที่กำลังร้องไห้โผเข้ากอดห่อผ้า พร่ำพูดว่า "แม่มาหาแล้วนะลูก อยู่กับแม่นะลูก" เธอเฝ้าพูดอยู่อย่างนั้น ร้องไห้ตลอดเวลา...
เด็กตัวเล็กๆ จูงมือมากับพ่อแม่ มาหยุดที่หน้าหีบไม้ลังหนึ่ง พ่อแม่ก็บอกว่า "สวัสดีพี่สิลูก.. จำพี่ได้ไหมลูก"...
คนที่ไม่เห็นภาพอาจจะไม่เข้าใจเท่าผมหรอก
ผมไม่กล้าแม้จะยกกล้องขึ้นมา ได้แต่ยืนดูพวกเขาอย่างนั้น ผมทำหน้าไม่ถูกเลย... ผมควรจะอยู่เฉยๆ หรือว่า ควรจะทำหน้าเศร้า หรือผมควรจะร้องไห้ออกมาดี... ผมทำตัวไม่ถูกจริงๆ...
---------------------------
อยู่ข้างในได้ถึง 9 โมงเช้า ก็ห้ามคนเข้า ก็เลยไปช่วยถ่ายรูปทางพิธีสงฆ์ต่อ ถ่ายไป ช่วยงานฝั่งนั้นไปด้วย วุ่นวายพอสมควร พอเที่ยงๆ มีเพลิงพระราชทานมาถึง ก็เป็นพิธีวางดอกไม้จันทน์ ก็เสร็จพิธีญาติก็กลับได้ โดยอนุญาตให้ไปเคารพศพได้อีกครั้งก่อนกลับ
โต๊ะ Gross Anatomy ของเราก็เลยมีโอกาสได้เจอกับ ญาติของอาจารย์ใหญ่โต๊ะที่เราศึกษาอยู่ ญาติที่มาเป็นลูกสาวของเขา อยู่ที่น่านแน่ะ ก็ได้พูดคุยกันตั้งนาน คุณป้าเค้าก็ดีใจบอกว่า "ดีใจแทนยายจัง มีลูกศิษย์น่ารักๆตั้งเยอะ" ... ฟังแล้วดีใจแทนอาจารย์ใหญ่ของผมอย่างบอกไม่ถูก
เสร็จแล้วก็เดินไปส่งคุณป้าถึงที่รถร่ำลากันสักพัก จากนั้นก็กลับเข้ามาเก็บงานใหม่
ชอบตอนที่พระเทศน์ตอนหนึ่งมากๆ
พระท่านเทศน์เรื่องการบริจาคร่างกาย ท่านบอกว่าการบริจาคเลือดอะไรพวกเนี้ย ก็ถือว่าสร้างกุศลได้มากแล้ว เพราะเลือดที่เราบริจาคเพียงแค่ถุงเดียว ก็ต่อชีวิตคนได้ 1 คนเลยทีเดียว การบริจาคอวัยวะอย่างดวงตา ตับ ไต ก็ยิ่งกุศลมากเพราะเราสละร่างกาย เป็นทานอันประเสริฐที่เรายอมเสียสละได้แม้แต่ส่วนของร่างกายตน ไปให้แก่คนอื่น สำหรับการบริจาคร่างกายนับเป็นบุญมากสุด เรายอมสละได้แม้กระทั่งร่างกายของเราเอง เรายอมรับในกฎข้อที่ว่าเมื่อตายไปร่างกายก็ย่อมผุพัง ยอมให้ร่างกายเราไปเป็นประโยชน์แก่การศึกษา นับเป็นกุศลสูงสุด...
ตลอดปีการศึกษาที่ผ่านมาโต๊ะ gross เราให้ความเคารพอาจารย์ใหญ่อย่างมากโต๊ะหนึ่งก็ว่าได้ เพราะพวกเราชอบกลับกันหลังสุด ก็เลยคอยเก็บของ จัดห้อง จัดโต๊ะให้ตัวอื่นด้วย บางโต๊ะเก็บอ.ไม่เรียบร้อย เราก็ไปช่วยเขาเก็บอีกที
แม้เราจะเรียนวิชา Gross Anatomy จบไปแล้วแต่ความรู้ที่เราได้ร่ำเรียนมาจะคงอยู่กับเราตลอดไป ใช้วิชานี้ไปรักษาเพื่อนมนุษย์ต่อไปภายภาคหน้าเมื่อเราจบเป็นหมอ และแน่นอนเราจะไม่มีวันลืมอาจารย์ใหญ่ อาจารย์ผู้ไร้ชีวิต ผู้ที่ทำให้เราเข้าใจวิชา Gross Anatomy นี้อย่างถ่องแท้
ขอบคุณครับ
edit @ 2007/04/12 01:23:33

ไปดูที่บลอคสิ เหอ ๆ
ถึงตอนนี้ยังรู้สึกขอบคุณอาจารย์ใหญ่ที่ทำให้เราได้มีความรู้...เพราะมันได้ใช้จริง ๆ ค่ะ แบบไม่รู้ตัวเลย...
#1 By ~*LuCReZiA*~ on 2007-04-12 22:15