ขณะนี้เปิดเทอมมาได้เกือบๆ 2 เดือน

นั่นก็คือ

โอ้พระเจ้าจอร์จยังไม่มีความรู้อะไรในหัวเลย...
จะทำไงดี จะทีไงดำ T_T

...................

ว่าด้วยวิชา main หลักของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลก็คือ..

Gross Anatomy


เนื่องจากวิชานี้เก็บ 12 หน่วยกิต!!(คณะเราตัดเกรดปีละครั้ง)
เพราะงั้นแค่ระดับเกรดต่างกันตัวเดียว เกรดต่างกัน 0.5 เลยนะเว้ยเฮ้ย

อย่างที่รู้ๆกันว่า Anatomy มันก็ต้องเรียนกะร่างกายมนุษย์
เพราะงั้นเราก็ต้องเรียนกะ...อาจารย์ใหญ่...

หลายๆคน อาจจะกลัวอ.ใหญ่ เราเองก็เคยกลัว ตอนเด็กๆกลัวผีโคตรๆ พ่อเล่าให้ฟังว่ารู้มั้ยหมอต้องเรียนกะอ.ใหญ่นะ ตอนนั้นโคตระกลัวเลย ไม่อยากเรียนหมอขึ้นมาในบัดดล แต่พอเราโตๆแล้ว ก็ไม่ค่อยกลัวเรื่องพวกนี้เท่าไหร่ เจอเองจังๆยังเคยมาแล้วเลย ปีที่แล้วพี่รหัสก็เคยพาขึ้นมาดูแล้วทีนึง ตอนเรียนคาบแรกเราเลยรู้สึกเฉยๆ แต่ Partner Lab เราวันแรกบอกว่าจะเป็นลมเลย

เรียนช่วงแรกๆ เราก็ออกจะเบื่อๆ การเรียนเราก็ต้องฟัง Lecture มาก่อน ให้อาจารย์ Brief Lab ให้ฟังว่าวันนี้นะ จะต้องผ่าร่างกายอ. ส่วนนั้นส่วนนี้ ต้องหากล้ามเนื้อ เส้นประสาท เส้นเลือดอะไรให้เจอบ้าง แล้วก็ต้องท่องชื่อให้ได้ ต้องท่องด้วยว่า muscle มัดนี้วางตัวติดกับอะไร ก่อเกิดการเคลื่อนไหวยังไงต่อร่างกาย nerve กะ artery ไปเลี้ยง muscle ใดบ้าง แตกแขนงยังไงบ้าง..

แรกๆเราก็ประสาทจะแด้กเอา ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ว่าทำไมเราถึงต้องมานั่งท่องอะไรพรรค์นี้ด้วยนะ.. เรียนไม่ค่อยจะเข้าใจเลย วันๆก็นั่ง dissec clean ไปวันๆ จำได้มั่งไม่ได้มั่ง..

บทเรียนของวิชานี้เรียกว่า region Region แรกนี้เรียนเกี่ยวกับ Body Wall คือ Skin และ Muscle ต่างๆที่ห่อหุ้มร่างกายด้านหน้า และด้านหลัง และยังลามไปถึงจักแร้ คุ้ยเขี่ยหา nerve artery vein เส้นเท่าบักควาย เป็นกระจุกเลย แผนผังเส้นประสาทที่เรียนนี่ ยังกะแผนที่ทางด่วนกทม.

เรียน Region แรกไปได้ครึ่งทาง อ.(มีชีวิตนะ)ก็แจก Quiz ครั้งแรกมา..
Quiz ถามประมาณว่าคนไข้คนนี้ขยับแขนไม่ได้ ขยับร่างกายไปทางนี้ไม่ได้ ถามว่าmuscleใดผิดปกติ หรือขยับmuscleนี้ไม่ได้ nerve เส้นใดปกติ ปนๆไปกะคำถามวิชาการทั่วไป

เราเองก็เลยเพิ่งจะสำนึกได้ว่านี่เราเริ่มเรียนจะไปรักษาคนแล้วนะเนี่ย... ที่เราเรียนๆตอนนี้อีกเดี๋ยวไม่กี่ปีเราก็ต้องใช้ความรู้นี้ไปรักษาคนจริงๆแล้วนะ.. ก็เลยทำให้เริ่มตั้งใจเรียนขึ้นมาอีกนิด (ยังไม่ขยันมาก เพราะความ dilute ชนะเลิศฮ่ะ)

เมื่อประมาณสัปดาห์ก่อน เรียนขึ้น Region 2 เรื่องแขนคน เนื่องจากว่าเราจะเรียนแต่แขนเท่านั้น ส่วนอื่นยังไม่เรียนให้เก็บไว้ก่อน ก็เลยต้อง ...ตัดแขนอาจารย์ใหญ่...

เพิ่งรู้ว่าแขนคนมันยึดติดกะ Body ได้ด้วยกระดูกไหปลาร้าเท่านั้น ที่เหลือยึดติดกันด้วยกล้ามเนื้อบางๆ เราแค่เลาะ joint ของไหปลาร้าออกจากตรงคอได้ แล้วตัด muscle ไม่กี่มัด แขนก็ออกหลุดมาแล้ว.. จากนั้นก็เลาะเอาผิวหนังส่วนที่เราเรียน region 1 ออกมาให้หมด อาจารย์บอกว่าส่วนนี้ให้ทิ้งไปได้เลย ไม่ใช้แล้ว...

ฟังดูมันก็ทำกันง่ายๆดีจัง แต่... นั่นมันแขนคนนะ

อาจารย์ใหญ่... พูดกันตรงๆก็คือ ศพคนที่ตายแล้ว แต่ทำสัญญาบริจาคร่างกายไว้ ศพจะถูกนำมาดองไว้ 1 ปีเพื่อไปให้นักศึกษาคณะต่างๆเรียน โดยเมื่อนศ.เรียนจบก็จะนำร่างอ.ใหญ่ไปทำพิธีพระราชทานเพลิงศพ

แต่กว่าจะเรียนจบร่างอ.ก็คงถูกผ่าชำแหละทุกซอกทุกมุม ถูกตัดแบ่งเป็นชิ้นๆแล้ว...

ถามหน่อยเถอะว่า เป็นเรา เราจะยอมกันไม๋?

ปกติเราตายก็ต้องทำพิธีทางศาสนาไม่ฝังก็ต้องเผา .. ถ้าเป็นเราจะยอมไม๋ล่ะที่ญาติเรา (ขออภัยนะ) พ่อแม่ พี่น้อง ตายแล้วก็ถูกเอาศพมาผ่าทำอะไรแบบนี้..เราเองเห็นตอนที่ต้องตัดแขนเอาแขนไปแช่ถังน้ำยาให้ skin นุ่มลง ยังรับไม่ค่อยจะได้เลย วันนั้นอ่ะ..

อ.ใหญ่แต่ละท่านคงจะมีจุดประสงค์และเจตนาที่แน่วแน่แล้ว จึงคิดสละร่างกายตนเอง เป็นสาธารณกุศลอย่างนี้ ท่านไม่ใช่แค่บริจาคร่าง ให้ความรู้แค่เราเท่านั้น แต่ลองคิดดูให้ไกล หากนักศึกษาแพทย์ ไม่ได้เรียนกับอ.ใหญ่ เขาก็คงไปรักษาใครต่อไปในอนาคตไม่ได้ เพราะมีอ.ใหญ่นี่แหละที่ให้ความรู้แก่ นศ.แพทย์ ให้กลายเป็นเป็นหมอรักษาคน ช่วยชีวิตได้อีกมากมาย..

อาจารย์ท่านไม่ได้แค่ให้ความรู้นศ.เท่านั้น แต่ 1 ชีวิตของท่านที่จากไป ยังได้อุทิศช่วยเหลือแก่อีกหลายชีวิตในอนาคต..


ขอขอบคุณอาจารย์ใหญ่ของผมมากครับ
ป๋มสัญญาว่าผมจะตั้งใจเรียนแล้วคร้าบ ฮือ..ฮือ..จะสอบแย้วววง่า....

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เออ....พี่ว่า...ก็...อืม...

เป็นพี่ ๆ คงไม่ว่าอะไรนะ ยังไงซะก็ตายไปแล้ว แถมเรายังได้เรียนอ.ใหญ่มาแล้วด้วย เราจะไปเป็นอีกสักคนจะเป็นไรไป...คงต้องคุยกันให้รู้เรื่องในครอบครัวกันก่อนแหละ...

ปล.ช่าย ๆ จะสอบแล้ว ยังนั่งอัพบลอคอีก...สู้พี่ไม่ได้ นี่สอบอยู่เลยนะเนี่ย

ปล.อีกที...ตั้งใจอ่านหนังสือนะ!!

#1 By ~*LuCReZiA*~ on 2006-06-28 13:18

สู้เค้านะน้อง

พี่บริจาคอวัยวะไปเลยน่ะ ไม่ได้บริจาคร่างเป็นอาจารย์ใหญ่

#2 By fontis on 2006-06-28 13:29

สู้ๆ ค่า....
สัปดาห์นี้ต้องขอโทษด้วย รบกวนเวลาอ่านหนังสือน้องจริงๆ
ขอบคุณมากๆ ที่ไปหาดอกไม้มาให้พี่นัด-ยา

lab gross พี่เฉยๆนะ ตายแล้วยังไงก็เจ็บหรอก....
ถ้าแค่ตัดแขนน้องก็อึ้งแล้ว ต่อไปมันยังมีอีกเยอะนะน้อง....

#3 By >>VaRioLa on 2006-07-06 21:07

อ่านแล้วก็รู้สึกว่าดีกับแกอะ ที่รู้สึกแบบนั้น มันทำให้เรารู้สึกสำนึกไปด้วยเลยแม้ว่าตัวเองจะไม่ได้เกี่ยวอะไรกะการเจื๋อนอาจารย์ใหญ่ด้วยซักนิด แต่ก็นะ ถึงวิญญาณจะบ๋ายบายไปแล้ว แต่นั่นก็คน จริงๆด้วยอะ เฮ้อเอ้อเอ้อ.... แอบอ่านคอมเม้นที่มีคนมาโพสไว้ มีแต่คนบอกว่า สู้ๆ เราก็อยากจะบอกแบบนั้นบ้าง แต่ว่ามันซ้ำและงั้นขอเปลี่ยนเป็น fight-to.....oh!! แล้วกาน...หุๆ

#4 By ผึ้งงึ่งงึ่ง (58.8.189.146) on 2006-07-08 02:13

Hello! Good Site! Thanks you! thtttxkbcatuu

#5 By agsmoicyvy (217.159.190.94) on 2008-01-28 10:17

ดีครับ เรียนกับท่านแล้วอยากให้รับรู้ถึงเจตนารมณ์ของท่านที่บริจาคร่างการให้นักศึกษาแพทย์ได้ศึกษา เพื่อนำความรู้ความชำนาญนี้ไปช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ต่อไป อย่าให้ท่านเสียความตั้งใจนะครับ

ตั้งใจเรียนเข้าครับ แพทย์ศิริราชเรียนหนักนะนี่ (น้องชายผมก็จบแพทย์ศิริราช ตอนนี้ต่อเฉพาะทางด้านสมองอยู่ที่ศิริราชนี่แหละ เจอกันทีเขาก็บ่นให้ฟังว่างานหนักมาก ทั้งเรียนทั้งเข้าเวรเลย) ขอให้ได้เป็นหมอเร็วๆ สมดังใจนะครับ

#6 By PlaNaRiA on 2009-01-19 18:17

อาจารย์ใหญ่ท่านเป็นคนที่เสียสละมากคะ
เค้าบอกกันว่าการบริจาคร่างกายเป็นการทำบุญที่ยิ่งใหญ่

ไม่ใช่แค่หมอที่ได้เรียนกะอาจารย์ใหญ่นะ
กายภาพบำบัด ก็ได้เรียน

ดังนั้นอาจารย์ใหญ่ 1 ร่างมีความสำคัญมาก
เราต้องเรียนให้ดีที่สุด..ให้สมกับที่ท่านได้บริจาคมาให้เรียน และที่สำคัญเราจะได้มีความรู้เพื่อจะมารักษาคนบนโลกอีกต่อไป


#7 By เด็ก PT (115.67.12.192) on 2009-03-05 20:13