Real Life

posted on 31 Mar 2006 05:34 by armkung

ไม่ได้อัพบลอคมานานเลย เนื่องจากเข้าเนตไม่ได้ ไม่รู้เหมือกันทำไม เมื่อวานเพิ่งรู้สาเหตุ คือเนตที่ใช้เนี่ยมันเป็น Wireless LAN ของพี่Tony คนที่มาพักด้วย แล้วสาเหตุก็เกิดจาก เพื่อนบ้านแอบดักสัณญาน wireless ไปใช้ -_-" เพราะพี่เค้าไม่ได้ตั้ง password ไว้เลย เพื่อนบ้านรอบๆเลยเฮได้ใช้เนตฟรี ท่าทางจะใช้กันเยอะมาก เครื่อข่ายเลยเต็ม เจ้าของเลยเข้ากันไม่ได้ วิธีแก้ปัญหา หึหึ ง่ายมากๆ
ปิดตัวwirelessทิ้งซะ ให้ไอบ้านข้างๆหลุดให้หมดก่อน จากนั้นก็เปิดใหม่แล้ว connect ซะก่อน เด๋วคงตั้งpassword แล้วล่ะ ไม่งั้นไอบ้านข้างๆมันจะได้ใจไป

Real Life

ฟังชื่อแล้วอาจจะนึกว่าเป็นเกมโชว์ห่วยๆของ MTV ที่เอาพวกผู้ชายกล้ามโตๆ ไม่ก็สาวทรงบิ้กๆ ที่เรียนก็ไม่จบได้แต่ทำงานสัพเพเหระเอามาอยู่ร่วมกัน จับมาใส่ชุดว่ายน้ำออกอากาศ แล้วก็สัมภาษณ์ชีวิตแต่ละคน ก่อนจะจบรายการก็บอกว่าตัวเองได้บทเรียนแล้ว ชีวิตมันยุ่งยากจังเลย ชีวิตนี้มีอะไรมากกว่าที่คิดใช่มะ

ไม่ใช่ซะหน่อย

อันนี้จะมาเล่าถึงชีวิตคนอเมริกันที่ได้มาพบมาเจอที่นี้ กับชีวิตคนไทยที่มาอยู่ที่นี่ จะได้รู้ว่าชีวิตคนมะกันจริงๆมันเป็นยังไง ไม่ใช่แบบในหนังฝรั่ง นางเอกอยู่high school แอบปิ๊งพระเอก มีมารผจญพอเรียนจบ ก็เป็นแฟนกันเรียนต่อมหาลัยสบายแฮ มีฟามสุขชีวิตคนไทยที่นี่ก็จะฟังมาจากพวกๆคนไทยที่มาอยู่นี่กัน ชีวิตคนมะกันก็ฟังคนไทยที่นี่เล่ามาอีกที (ถ้าคนไทยไม่เล่าให้ฟังกรูจาเขียนได้ไม๋ล่ะ) ทนๆอ่านกันหน่อยนะ

=American Life=

ชีวิตคนอเมริกัน คงคิดว่าเกิดมาเรียน จบทำงาน แต่งงานกันแบบมีความสุข มีลูกๆ พอแก่ก็ไปอยู่ฟาร์มเล็กๆชานเมือง ลูกหลานมาเยี่ยมบางเวลา อยู่อย่างสงบสุข เพราะบ้านเมืองเค้าดี ระบบบริการสาธารณสุขเป็นเลิศ ระบบข้าราชการไม่เหลาะแหละ สวัสดิการพร้อมใช่ม้า คิดผิดคิดใหม่ได้นะ
เราลองมาไล่ลำดับชีวิตเค้ากันใหม่ละกัน

-Until Birth toGraduate

อันดับแรก เอาตั้งแต่เกิดเลยละกัน รู้มั้ยค่าหมอทำคลอดที่นี่เค้าคิดเป็น 10,000$ เลยนะ คูณ40เข้าไปสิ แทบจะร้องไห้เลยทีเดียว ที่นี่ไม่มี 30บาทเหมือนบ้านเรานะ (ถ้ามีหมอบ้านเค้าคงลดเกรดลงไปเยอะ) ถ้าคิดว่าก็ทำประกันทำ insurance สิ จ่ายน้อยคุ้มครองหมดไม่เสียอะไร ละก็ไม่ใช่นะ insurance ที่นี่จ่ายแพงมากๆ ถึงมากที่สุด จ่ายประกันไปแล้วบางส่วนเราก้อต้องจ่ายเองอยู่ดี เช่นจ่ายแรกเข้ามา 2,000$ คุณต้องจ่ายทุกเดือนอีก 500$ เวลาเป็นไรทางเราจะจ่ายให้ 50% ยกเว้นค่าห้องหักแค่นี้ ค่ารถพยาบาลอยู่นอกเหนือเงื่อนไข คุณมีสิทธิ์ป่วยได้เท่าไหร่ครั้งclaimได้กี่ครั้ง หากคุณเคย claim แล้วประวัติก็จะขึ้นว่าคนนี้เคนป่วย พอไปต่ออายุประกัน ก้อจะมีประวัติไว้ ค่าประกันก็แพงขึ้นไปอีก
โอ้จอร์จคะ มันแพงมากก อ้าห์ ซาร่า ไม่ต้องตกใจไปมันธรรมดาจ้ะ

ไว้ entryต่อไปจะเป็นเรื่อง Med System แล้วจะมาพูดเรื่องนี้กันต่อ

ต่อจากนั้นหลังจากเกิดมาแล้ว ก็ต้องเลี้ยงดูกันสิ ตอนเป็นเด็กๆนี่คงจะรู้กันนะว่าฝรั่งจะเลี้ยงลูกโหดๆ แบบกับข้าวทำให้บ้าง มื้อนี้หากินเอง ไม่ค่อยประคบประหงมแบบลูกคนไทย ยุงไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม ถ้าฝรั่งละก็ ตบมันเองสิลูก ประมาณนั้นเลย ~_~ เด็กของฝรั่งไม่ค่อยมีอะไรมาก แต่จะกฎหมายข้อนึงคือ ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 14 อยู่บ้านโดยลำพัง เพราะฉะนั้นก่อนพ่อแม่จะไปไหนต้องจ้าง Babysister ที่อายุเกิน 14 ไว้ที่บ้านด้วย ถ้าเกิดปล่อยไว้ก็ได้ ตำรวจไม่รู้ไม่เป็นไร แต่ถ้ารู้นะ คุก สถานเดียว แต่ประกันตัวได้ แค่นอนห้องขังคืนนึง พอให้จำ

วัยต่อไปก็ต้องเข้าโรงเรียน วัยนี้ค่อนข้างสบาย ก็เพราะว่า สวัสดิการของ US Citizens ให้สิทธิการเรียนฟรีจนจบ High School คือ เรียนฟรีตั้งแต่ป.1 ยัน ม.6 ในเครือของรร.รัฐ ไม่ใช่แบบบ้านเรานะที่ค่าเทอมฟรี แต่จ่ายค่ากิจกรรมเพิ่ม จ่ายค่าโน้นนี่จุกจิก จนรวมแล้วจ่ายแพงกว่า ก่อนเข้าระบบเรียนฟรีของท่านนายกหน้าเหลี่ยมซะอีก ที่นี่คือฟรีจริงๆ ฟรีทุกอย่าง รัฐบาลออกให้หมด แล้วเกรดของรร.รัฐเค้าก็ดีมากๆ มีสนามกีฬาเพียบพร้อม อุปกรณ์การสอนครบ คุณภาพของเค้าเทียบเท่าหรืออาจจะมากกว่าเอกชนบางแห่งของไทยด้วยซ้ำ ขณะที่รร.รัฐของไทยเหมือนกับว่าไม่ใช่โรงเรียน ต้องรอความช่วยเหลือจากหน่วยเอกชนไปปรับปรุง เพราะข้าราชการหรือนักการเมืองไทยไม่เคยเหลียวแล ถ้าเป็นเอกชนของที่นี่ก็จะแพงมาก แต่คุณภาพการสอนยกระดับขึ้น รร.จะดูไฮโซ เป็นตึกเก่าๆเพราะก่อตั้งมานาน ดีกว่าแค่อุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์บางชนิด และเป็นหอพักกินนอน

สาเหตุที่ รร.รัฐ มีคุณภาพที่ดีมาก็เพราะบุคลากรมีประสิทธิภาพ ครูสนใจการสอนแบบเต็มที่ การเรียนใช้ตำรามาตราฐาน ไม่ใช่แบบไทย ที่บางแห่งครูไร้ประสิทธิภาพ ในต่างจังหวัดบางที่ เด็กที่เรียนจบป.4 แล้วยังอ่านหนังสือไม่ออก !!! รวมถึงการสนใจพัฒนาของข้าราชการเค้า และอีกปัจจัยหนึ่งคือ ภาษี ที่จะกล่าวในภายหลัง

การเรียนฝรั่งเค้าไม่ค่อยมีไรมาก แต่เค้าจะเน้นแบบกระตุ้นเด็ก เด็กฝรั่งเลยจะพูดแจ้วๆๆ ค่อนข้างจะ active

แล้วก็พอมาถึงช่วงปลายของ High School ช่วงนี้แหละคือจุดเปลี่ยนของชีวิต ก็อย่างที่รู้ๆกันฝรั่งส่วนมากจะเสีย virgin กันช่วงม.3-6 ส่วนใหญ่ก็ไม่เกินจบม.6กันทั้งนั้นแหละ นอกจากแบบไม่มีใครเอา หรือพวกรักไม่ยุ่งมุ่งแต่เรียนจริงๆ และนี่หล่ะคือจุดเปลี่ยน เด็กที่นี่ไม่เหมือนเมืองไทย มีแฟนแล้วก็คบกันไปงั้น แอบมีกิ๊กมั่ง ไม่ก็พอขึ้นมหาลัยเจอคนอื่นเลิกกัน บางเคสก็ยังคบกันต่อ ออกแนวช่วยกันเรียน
ที่นี่ค่อนข้างจริงจังเรื่องแฟน เพราะเค้าจะคิดเรื่อง แต่งงาน กันเลย เค้าวางแผนชีวิตคู่ของเค้ากันตั้งแต่ ม.ปลายแล้ว บางคู่จบม.ปลายปุ้บแต่งงานกันเลย เคยมีว่าบางคนท้องตอน ม.ปลาย แต่เค้าไม่ทำแท้งนะ เค้ายังอุ้มท้องมาสอบได้เลย เพราะที่นี่มันไม่ใช่เรื่องน่าอายถึงขั้นพ่อแม่เอาปี๊บคลุมหัว ส่วนใหญ่พ่อแม่ก็รู้แล้วว่าลูกมีแฟน แล้วก็รู้ด้วยว่า .... กันแหงมๆ ถ้าท้องไม่เป็นไร แต่ you ต้องรับผิดชอบชีวิตตัวเองกับลูกให้ได้อย่ามา เดือดร้อนคนอื่น

ส่วนใหญ่แล้ว เด็กอเมริกาจะไม่เรียนต่อมหาลัยกัน สาเหตุก็เพราะว่า ค่าเทอมมหาลัยแพงมาก ต่ำๆก็ 10,000$ ยิ่งถ้าเรียนหมอด้วยนะ เทอมนึง 40,000-60,000$ และ บางมหาลัยจะมีกฎว่า เด็กที่ไม่ใช่อเมริกัน คือพวก oversea ค่าเทอมคูณ 4 ด้วยเหตุนี้พ่อแม่จึงไม่มีปัญญาส่งลูกเรียนมหาลัยกัน ถึงแม้บางคนจะส่งได้ แต่ลูกก็ไม่อยากเรียนเพราะมีแฟน อยากจะแต่งงานแล้ว หรือพ่อแม่บางคนไม่ยอมส่งลูกแล้ว เหมือนกับว่าลูกโตแล้ว 18 -19 ให้ไปใช้ชีวิตเอง บางคนอยากเรียนจริงๆก็ต้องไปทำงานไป เรียนไปด้วบ เอาค่าทำงานมาเรียน หรือไม่ก็ทำสัญญากับรัฐบาลขอกู้มาเรียนก่อน พอทำงานได้ค่อยหาเงินมาใช้ พร้อมดอกเบี้ยแต่จะต่ำหน่อย ต้องพวกพ่อแม่มีกะตังค์จริงๆ ลูกถึงจะเรียนมหาลัยได้

- The Choices: Work or Study?

พวกที่จบ high school ส่วนใหญ่จะหางานทำกันเลย เพราะว่าที่นี่มีงานให้ทำเยอะมาก เช่น พนักงานร้านอาหาร พนักงานห้าง คนขับรถบรรทุก งานโรงงาน แล้วพวกนี้รายได้ดีด้วยนะ ค่าแรงขั้นต่ำเค้าจะแตกต่างไปตามรัฐ ที่Floridaนี่ ทำงานทั่วไปค่าแรง ชม.ละ 9$ แต่ถ้าลองไปที่ NewYorkละก็ 19$กันเลยนะ เพราะเหตุนี้แหละคนเมกันเลยไม่ค่อยเรียนต่อกัน เพราะจบ high school ก็หางานทำได้โดยที่เงินเดือนใกล้ๆกับพวกจบปริญญาทำ office กันเลย แม้จะลำบากกว่ากันเยอะ แต่ก็ไม่ต้องไปกู้เงินเรียนปริญญา
โดยเฉพาะ พนักงานเสิร์ฟ รายได้ดีมาก เพราะว่า มีค่าทิป คนอเมริกันเวลาไปกินร้านอาหารมีพนักงานมาเสิร์ฟให้ เป็นธรรมเนียมว่าจะต้องให้ทิปด้วย อย่างต่ำก็ 15%ของราคามื้อนั้น เป็นค่าบริการต่อพนักงาน ให้น้อยไปบางทีก็ว่านะ ถ้าเจอพวกนิโกรละก็ ต้องยอมมันไปนะเด๋วโดนสอยได้ พนักงานเสิร์ฟสามารถทำรายได้วันละ100$ได้สบายๆเลยนะ ถ้าร้านbusyแล้วชม.สูง

ค่านิยมอย่างนี้ เรื่องที่คนไม่เรียนต่อมหาลัยอาจจะหาไม่ค่อยพบในคนเมืองหลวง หรือเมืองใหญ่ เช่น New York, San Francisgo, Los Angeles etc. เพราะในเมืองงานออฟฟิศดูดี รายได้งามกว่าแต่คนทั่วไปในเขตอื่น หรือจะเรียกว่าบ้านนอกอเมริกาก็ได้ นิยมแบบนี้กันคือทำงานกระจุกกระจิก เปิดร้านอาหาร เป็นพนักงานขับรถ ขายของ เพราะงานออฟฟิศไม่ค่อยมี ก็ไม่ต่างอะไรกับไทย ที่คนกรุงเทพนิยมเรียนมหาลัย จบมาเตะฝุ่น คนต่างจังหวัดไม่ค่อยเรียน เอาแต่ทำสวน
แต่ว่าคนบ้านนอกอเมริกา มีจำนวนที่เยอะกว่าในเมืองมาก จึงจัดว่าเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ และคนประเทศเค้ามีวุฒิภาวะที่สูงกว่าคนในประเทศเรามาก เขาสามารถตัดสินใจชีวิตเขาได้เองแล้ว เมื่อจบม.6 เลือกตั้งอย่างมีความคิด บริหารชีวิตตนได้ ต่างกับคนไทย ขนาดเรียนมหาลัยยังตัดสินใจชีวิตตัวเองไม่ได้ หลงใหลไปกับชีวิตวัยรุ่นและแสงสี ยิ่งคนบ้านนอกไทยไม่ต้องพูดถึง พวกเขาทำไร่ทำสวนโดยความรู้ อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ขาดการตัดสินใจในระบบการเมืองมาก นี่หล่ะข้อแตกต่างระหว่าง คนของเค้า กับของเรา

-When you haveincome, it's time you would pay for TAXES!!

ต่อจากทำงานกันแล้ว ก็คือแต่งงานและมีลูก อย่างที่บอกไปตอนแรกเรื่องค่าทำคลอด
จากนั้นก็แก่ตัวลง เริ่มมีการเจ็บป่วย เรื่องนี้ไว้จะพูดอีกหัวข้อหนึ่ง Med system

เมื่อมีการทำงาน ก็ต้องมีรายได้ และมีรายได้ก็ต้องมี ภาษี

บ้านเราภาษีรายได้จ่ายกัน 10% ถ้ารายได้มากๆ ก็เพิ่มไปอีกจนถึง 40% บางคนรายได้ก็เยอะ มีส่วนลดหย่อนภาษีอีกตั้งไม่รู้เท่าไหร่ จ่ายจริงๆแค่นิดเดียว ยังหาทางลบเลี่ยงกันแทบตาย

ขอโทษ ภาษีที่นี่ 30% เพียวๆจากรายได้ ส่วนลดไม่มี
ยังไม่พอภาษีรายปี ยังมีภาษีที่ดิน ภาษีค่าบ้าน ภาษีรถยนต์อีก และที่สำคัญคือภาษีมูลค่าเพิ่ม
ประเทศไทยคงไม่ค่อยรูสึกอะไรกัน เพราะภาษีมูลค่าเพิ่ม7% จะรวมกับราคาสินค้าไปแล้ว เช่นซื้อหนมซอง 5 บาทจากเซเว่น ลองดูใบเสร็จสิ มันจะแยกไว้ว่า ราคาสุทธิ 4บาทกว่าๆ ภาษีไม่กี่สตางค์ รวมหมด 5 บาท
แต่ที่นี่แปะราคาไว้ 2$ ไปจ่างตังค์จะบวกภาษีเพิ่มจากป้าย ไปอีกตามชนิดสินค้า 6.5% - 10% ตามชนิดสินค้าที่ซื้อไป อาหาร เสื้อผ้า เครื่องไฟฟ้า ฯลฯ ภาษีไม่เท่ากัน ค่าน้ำไฟโทรศัพท์ บวกเพิ่มหมดทุกอย่าง จ่ายค่าทางด่วนยังเพิ่มภาษีจากป้ายเลยคิดดูละกัน

ภาษีที่นี่เป็นอะไรที่โหดร้ายมากๆ ในหนังถึงชอบล้อมุกนี่กันบ่อยๆ เช่นหนังเรื่องนึงจำชื่อไม่ได้แล้ว มีคนไข้กำลังจะฉีดยาเขาถามหมอว่า "มันจะเจ็บมากไม่หมอ" หมอตอบว่า "เจ็บนิดหน่อย แต่ก็ไม่เจ็บเท่าตอนจ่ายภาษี"
แต่ก็เพราะภาษีที่เก็บกันระเบิดระเบ้อนี้แหละ ถึงได้ผลักดันให้ภาครัฐบริการประชาชนได้อย่างเต็มที่ เอาไปพัฒนาโรงเรียนให้ดีขึ้น ทำถนนหนทางเพิ่มได้ตลอด มีงบประมาณจัดซื้อจัดสร้าง ซ่อมแซมบ้านเรือนประชาชนจากภัยธรรมชาติได้ตลอด ก็จะถือว่ารัฐเก็บไปเยอะ แต่จะสร้างให้เยอะ คนเค้าเลยไม่ค่อยว่าอะไรเท่าไร่ และที่สำคัญคือ คนเค้าไม่โกงกิน เพราะจิตสำนึกต่อชาติ นักการเมืองเขารู้ดีว่าประชาชนเลือกเขามาเพื่อการพัฒนาที่เต็มที่ เขามาทำงานเพื่อประชาชนไม่ใช่บ้านเราเลือกมาได้เพราะซื้อเสียง เข้ามาทำงานเพราะถอนทุนคืน

นี่ก็เป็นจุดหนึ่งที่ยากจะแก้ไขในประเทศเรา เพราะการคอรัปชันมันฝังรากไปถึงแก่นนักการเมืองไทยแล้ว คนที่เข้ามาเล่นการเมืองใหม่ๆ ก็มีแต่พวกลูกหลานรุ่นเก่าที่เค้าโกงกันมาอยู่แล้ว คิดเหรอว่าลูกๆหลานๆมันจะเป็นคนดีขึ้นน่ะ

เริ่มนอกเรื่องแล้ว พอๆ ต่อไปก็

-TheTransport

การเดินทางในประเทศนั้นค่อนข้างลำบาก
เพราะแต่ละพื้นที่ห่างกันมากๆ

พื้นที่ที่เค้าแบ่งเป็นเมืองเพื่อการอยู่อาศัย มีแต่บ้านปลูกเป็นตับๆนั้น จะอยู่ไกลกับตัวเมืองทีทำงานเป็นโยชน์ๆเลย
เทียบก็ กรุงเทพฯ - กาญจนบุรี ละกัน
คนเค้านี่เหมือนต้องขับรถจาก ตจว เข้ากรุงกันไปทำงานตลอด ถามว่าทำไมไม่ซื้อบ้านในเมือง บ้านในเมืองน่ะราคาหลัก million dollar เลยนะแค่หลังเล็กๆชานๆเมือง แต่ถ้ามาซื้อแถวเมืองไกลๆล่ะ 2แสน dollar แค่นี้ก็คงพอตัดสินใจได้แล้วล่ะ ว่าจะซื้อบ้านที่ไหนกันดี

เมื่อบ้านอยู่ไกลก็ต้องมีรถสิ

รถที่นี่ราคาถูกแบบว่าสุดๆ ฟังราคาป้ายแดงดู
Honda Civicfull optionมีล้อแมกซ์ เครื่องเสียงรอบรถ sunroof16,000$ถ้าที่ไทยต้อง ล้านกว่าๆ
Bmw 745i 60,000$ คูณ 40 ได้ 2ล้าน4 ถ้าซื้อเมืองไทยมี 10 ล้านนะ
เอาแค่นี้พอ จริงๆมีราคาเป็นเล่มๆเลย

และถ้าเป็นรถมือสองราคาก็ลงไปเยอะอีก เราจึงได้เห็น นักเรียน high school ขับรถไปเรียนแทบทุกคน ถนนหนทางที่นี่ดีมากๆ ขับง่าย แถม warranty ก็ดี หากขับรถไม่พอใจเอามาเปลี่ยนคันใหม่ได้เลย warrantyประมาณ ปีนึง เรื่องเปลี่ยนรถได้ ไม่เหมือนเราต้องเอาไปทุบโชว์ ถึงจะยอมให้เปลี่ยน
คนที่นี่ขับรถไม่เกิน 4 ปีก็เปลี่ยนรถแล้ว ไม่ใช่เพราะว่า เหนว่าขับเกิน 4 ปีรถจะไม่ดีเลยเปลี่ยน แต่เพราะแต่ละวันขับรถกันเป็นร้อยๆไมล์ 4ปีก็เป็นแสนๆไมล์แล้ว ถึงเวลาเปลี่ยน ขายทิ้งซื้อใหม่ง่ายจะตาย ทำกันยังกะเทิร์นมือถือ

น้ำมันที่นี่ก็ถูกมากๆ ราคาน้ำมันพอๆกะเมืองไทย ลิตรประมาณ 24 บาท ขณะที่ยุโรปน้ำมันลิตรละ 15 euro คนที่นี่ถึงได้นิยมรถกันมากมาย สะดวกดี

เรื่องการเดินทางไปต่างรัฐนั้น แล้วแต่คนถ้าใช้รถขับ ในแนวเหนือใต้ ระยะประมาณ กทม ยะลา ยังพอขับได้ใช้เวลา 2-3 วันก็สุด แต่ถ้าแนวตะวันออก ตะวันตกนี่ ระยะทางประมาณ กรุงเทพฯ โตเกียว ขับรถกันจริงๆจังก็ต้องมี 4-7 วัน ถ้าขับแบบเอื่อยๆก็ต้อง 2 อาทิตย์ พาหนะที่คนนิยมใช้เดินทางข้ามรัฐคือ เครื่องบิน เพราะราคาพอรับได้ประมาณเที่ยวละ 100-150$ แต่รถบัสไม่ค่อยนิยมเพราะแพงแถมยังช้ากว่า ถ้ารถบัสแบบในรัฐเดียวกัน ขับไม่เกิน 8 ชม จะถูก ถ้าข้ามรัฐขับนาน ไอ้คนขับมันคิดค่า OT ทันทีเลยแพง รถไฟก็มีแต่ไม่ค่อยนิยมแล้ว นิยมกันแต่พวกนั่งชมวิว
ก็หมดแค่นี้ล่ะเรื่องการเดินทาง

-When youget older/ retired

ก็พอมีลูกๆ อย่างที่รู้ๆกันว่า ฝรั่งน่ะลูกๆจะแยกตัวไปจากพ่อแม่พอเป็นหนุ่มเป็นสาวแล้ว เพราะงั้นพ่อแม่ก็จะอยู่กัน 2 คนตายาย ทำงานไปจนแก่ ลูกๆก็จะมาเยี่ยมช่วงวันเทศกาลต่างๆ แค่นั้นแหละ แต่ก็จะยังติดต่อกันอยู่เรื่อยๆส่วนใหญ่

แล้วลูกๆไม่เลี้ยงพ่อแม่หรอ
ปล่าว พ่อแม่ต้องหาเลี้ยงตัวเอง
ถ้าพ่อแม่เคยเป็นข้าราชการ จะเกษียณตอน 65 แล้ว citizen ของอเมริกา เมื่ออายุเกิน 65 ทุกคนจะได้สิทธิการประกันสุขภาพแบบใหม่ทุกคน ทำให้เสียค่ารักษาน้อยลงมาก มี insurance ที่ดีขึ้น แล้วก็จะได้บำนาญที่ค่อนข้างดี อยู่ไปได้สบายๆเลยล่ะ
แต่ถ้าไม่ใช่ข้าราชการล่ะ ....ก็ต้องทำงานประจำต่อไป
เราไปเดินห้าง เจอพวกพนักงานขายเครื่องสำอางค์ มีแต่พวกป้าๆยายๆ ผมหงอกหมดแล้ว แต่แกก็ยังมาทำงานอย่างนี้อยู่ เข้าร้านอาหารน่ะ พนักงานเสิร์ฟก็ยังมีรุ่นป้าๆยายๆ มาเสิร์ฟเลย! ส่วนใหญ่ก็มีมาทำงานเก็บเงินกันไปเรื่อยๆ เพราะพวกแกรุ่นนี้แล้วไม่มีอะไรต้องซื้อเยอะๆแล้ว เลยมาเก็บตังค์ไว้ก่อน พอทำไม่ไหวแล้วจะได้มีเงินเก็บมากๆ

อีกอย่างคือรถที่นี่ที่บอกว่าถูกๆอ่ะ เลยได้เห็นคนขับรถหรูๆ รถสปอร์ตเพียบ เช่น Mustang, Benz SLK, BMZ series 6(เปิดประทุน), Porshe และอื่นๆมากมาย แต่ขอโทษพอไปดูหน้าคนขับ โคตตรร ยาย!!กะ โคตร ตา!! เพราะว่าพวกนี้เค้าเก็บกดจากวัยรุ่น ไม่เคยได้ขับรถดีๆ หรูๆ ไม่มีเงินพอ พอแก่ตัวมีเงินเก็บมากๆ ฝันแกเลยเป็นจริงซะที

เห็นมั้ยว่าคนอเมริกา ชีวิตเค้าเป็นยังไง

=Thai Life=

สุดท้ายแล้วกับหัวข้อบลอคนี้

ขอรวบรัด

คนไทยที่มาที่นี่ก็ไม่ต่างอะไรกับคนทั่วโลก มาเพื่อแสวงหาโอกาสและเอาเงินกลับประเทศ
อเมริกาเป็นประเทศแห่งโอกาสอยู่แล้ว

ทุกๆที่ ทุกๆหน ทุกๆแห่ง ต่างก็มีงานรอคุณอยู่
ถ้าคุณไม่เกี่ยงงานละก็ ลงจากเครื่องบินมาก็มีงานทำแล้ว

-การพลัดพรากจากมาตุภูมิ

คนไทยรุ่นแรกๆ ที่มาที่นี่ มาเพราะ 2 อย่าง (เท่าที่ฟังคนเก่าแก่ที่ Florida บอกมา)
1 มาเรียนต่อที่นี่เกิดชอบ จึงกลับมาอยู่ใหม่
2 เมืองไทยไม่มีอะไรทำ มาตายเอาดาบหน้า

เราได้เจอคนทั้งสองแบบนี้เลย

แรก มาเรียนต่อเพราะได้ทุน มาถึงก็ต้องมาทำงาน ปากกัดตีนถีบหน่อย เพราะได้มาแต่ทุนเรียน ค่ากินอยู่ต้องหาเอง บางคนก็ทุนเรียนพ่อแม่ไม่พอ มาทำงานไปเก็บตังไปเรียนต่อก็มีนะ เหมือนเด็กฝรั่งแหละ ที่จะทำงานไปเรียนไป บางคนเรียนจบปริญญาก็ทำงานที่นี่ไปเลยถ้าไม่มีภาระอะไร แต่พวกเด็กทุนต้องกลับไปใช้ทุนเมืองไทย และส่วนมากจะกลับมาอเมริกาใหม่ อยากมาอยู่ที่นี่เพราะติดใจ บางคนมาก็ทำงานสาขาที่เรียน แต่บ้างก็ไปทำร้านอาหารทำไร่ทำสวนไปเลย เพราะหางานตำแหน่งสูงๆลำบาก เค้าสงวนงานไว้ บางคนจบดอกเตอร์ที่นี่ แต่กลับมาเปิดร้านอาหารก็มี รายได้มันสูงกว่า
สอง มาตายดาบหน้า คือพวกแบบว่ามาหางานทำที่นี่เอาเลย พวกนี้คือรุ่นบุกเบิกจริงๆ เพราะมาแบบไม่มีอะไรเลย คล้ายๆเหล่ากงเหล่าม่าพวกเรา ที่นั่งเรือมาเมืองไทยแบบเสื่อผืนหมอนใบ ส่วนนี่เค้านั่งเครื่องบินมาแบบกระเป๋าเดินทางใบเดียว รุ่นคนพวกนี้จะมาหางานทำบ้างสมัครทำงานต่างๆ พอมีเงินก็ซื้อที่ทำไร่ทำสวนบ้าง แต่เค้าจะขยันกันทุกคน ทำงานแบบสุดๆอดทนมากๆ จนได้เงินเก็บเยอะเลย
คนรุ่นแรกๆที่มานี่ เมื่อเค้ามีเงินเก็บกัน ก็จะนิยมซื้อที่ดินกัน ที่ดินสมัยก่อนแรกๆราคาถูก ซื้อตามชนบททำไร่ทำสวนกัน ตามประสา บ้างก็แค่ปลูกบ้าน ซื้อที่รอบๆมาปลูก ผักสวนครัวเครื่องเทศไว้กินเองเฉยๆ

แต่ปรากฏว่าผ่านมาจนถึงตอนนี้ที่ดินพวกนั้นขึ้นราคากันหมด ซื้อไว้ประมาณ 5,000$-10,000$ ขายได้กันเป็น 100,000$ บางคนขายได้ 1,000,000$ ก็มี เพราะจากการขยายเมืองเพิ่มขึ้นที่ดินแถบทำไร่สงบๆจึงถูกกว้านซื้อกันไปทำบ้านจัดสรร ซื้อที่ลอตแรกๆนายหน้าอาจจะซื้อถูก แต่พอทำแล้วขายบ้านได้ดี ก็เลยต้องไปกว้านซื้อที่ดินของคนรอบที่เก่าตัวเอง ให้ราคาสูงมากๆเพื่อให้ ที่ดินบ้านจัดสรรตัวเองกลายเป็นแปลงใหญ่ๆ บางคนโชคดีมาก ที่ที่เคยซื้อกลายเป็นที่ย่านกลางเมืองใหม่วางอยู่ริมถนน ติดสี่แยกพอดีก็รวยหนักไปเลย
คนไทยรุ่นแรกๆที่นี่จึงรวยกันทั้งนั้น แต่บางคนก็หมดตัวเพราะ การพนัน นอกนั้นก็อยู่สบายกันยามแก่แล้ว มีเงินกันเป็น แสนๆล้าน ดอลล์

สำหรับปัจจุบัน
คนไทยที่เข้ามาที่นี่ใหม่ ส่วนใหญ่มีวิธีเดียว

ลักลอบ

โดยการขอ visa tourism แบบนานๆ แล้วบอกว่าจะมาพักกับญาติซะเดือนนึง จากนั้นก็แอบทำงานเป็นโรบินฮูด หรือไม่ก็มาขอ permitt ทำงานจากนายจ้างใหม่
เพราะการขอ visa ทำงานมาเลยนั้นขอยากมาก มาใช้วิธีนี้ง่ายกว่า

หรือบางคนก็มาแต่งงานกับ citizen ของที่นี่ ใช้เวลาประมาณเกือบปี เพื่อขอ green card บางคนก็ไปจ้างแต่งงานก็มี แต่ต้องอยู่กินกันจริงๆเลย เพราะเวลาจะได้ green card เค้าจะเรียกไปสัมภาษณ์ก่อน

ถ้าแต่งงานกับ citizen เกิน 5 ปี จะได้สิทธิ์ขอเข้าสัมภาษณ์ รับสัญชาติอเมริกัน กลายเป็น citizen เต็มตัว หรือไม่ก็ทำงานกับนายจ้างเกิน 6 ปี และขอให้นายจ้างจ้างทนายดำเนินการขอรับรอง เพื่อขอ citizen แต่ใช้เวลาขออีกเกือบ 2 ปี แต่เมื่อเป็น citizen แล้ว ห้ามมีกรรมสิทธิ์ใดๆ ทุกอย่างในประเทศไทยอีกเลย จะเข้าประเทศไทยก็ต้องขอ visa เข้าเมืองไทยด้วย แม้เราจะเป็นคนไทยก็ตามที


-ความเป็นอยู่ของพวกเขา

ว่าถึงเรื่องใหญ่ที่สุด อาหาร

อยู่เมืองไทย ก็เดินไปปากซอยซื้อได้เลย อยากกินอะไรมีตลอดยันสว่าง ของกินสารพัด เลือกเจ้าได้ อร่อยไม่อร่อย
อยู่ที่นี่ไม่มีสิทธิเลือก อยากกินอาหารไทย ร้านอาหารไทยก็แพงจับใจ แถมไม่ถูกปาก เพราะเค้าทำขายฝรั่งเพราะงั้น
ทำเอง สิครับ
อาหารทุกอย่างอยากกินอะไร ต้องเข้าซุปเปอร์ซื้อวัตถุดิบเอง แล้วมาปรุง
ราคาเครื่องเทศก็แพงจับใจ ใบกะเพรากำละ 2$ บางอย่างฝรั่งก็ไม่มีขาย ต้องไปเข้า Asian Grocery ร้านที่ขายของนำเข้าจาก Asia แต่ราคาแพงกว่าซื้อเมืองไทย 2-3 เท่า เช่น mama 0.5$ น้ำพริก กระปุก 2$ ฮานามิใหญ่ถุงละ 2$ แพงจับใจมากๆ
กับข้าวทำมาเสร็จกินเหลือ อยู่เมืองไทยก็เททิ้ง พรุ่งนี้ไปซื้อใหม่
ที่นี่เอา plastic wrap เก็บใส่ตู้เย็น พรุ่งนี้เวฟกินใหม่ ส่วนใหญ่จะทำทีเยอะๆ แล้วแบ่งใส่ทับเปอร์แวร์เก็บไว้
บ้านคนส่วนใหญ่ตู้เย็นเลยต้องใหญ่มากๆ มีอย่างน้อย 1 ตู้ (บ้านคนที่ไปมาส่วนใหญ่มีกัน 2 ตู้)

แล้วเรื่องน้ำใจไมตรีระหว่างกัน
อยู่นี่เหงามากๆ เพราะคนไม่ค่อยชอบช่วยเหลือกันเองบ้านข้างๆเป็นใครเราอยู่นี่เป็นเดือนยังไม่รู้จักเลย คนจะอยู่กันแบบสันโดษๆ ไม่ค่อยสุงสิงกัน รู้จักกันแค่เพื่อนร่วมงาน เพื่อนบ้านไม่ค่อยชอบข้องแวะกัน
คนไทยก็เป็นไปกับเค้า คนไทยที่นี่ขี้อิจฉากันเอง ชอบนินทากัน ใส่ร้ายกันเอง การจะมาหาเพื่อนแท้สักคนที่นี่ยากมากๆ จะเกื้อกูลกันก็เฉพาะคนแก่ๆ รีไทน์กันแล้ว คนรุ่นใหม่ๆไม่ค่อยมาเกี่ยวดองกันเท่าไหร่ จะช่วยเหลือกันก็เฉพาะญาติๆตนแค่นั้นล่ะ
ถ้าถามว่า มันก็มี thai town คนที่อยู่ที่นั่นก็ต้องช่วยกันสิ จะบอกให้ว่า thai town ก็คล้ายๆเยาวราชบ้านเรา มีแต่ร้านขายของไทยๆ ร้านอาหารไทย แต่ว่า กฎหมายที่นี่ ร้านค้า ห้ามเป็นที่พักอาศัย เพราะงั้น thai town ก็เป็นแค่ที่ทำงาน ตกเย็น กลางคืนก็แยกย้ายกันกลับบ้าน รู้จักกันบ้าง แต่ก็ไม่ค่อยเท่าไหร่

ชีวิตที่นี่มันเหงาจริงๆ

-การทำงาน

การทำงานก็อย่างที่บอกไป ส่วนใหญ่มานี่ ก็มาเป็น waiter, chief บ้างถ้าไปเรียนมา, bus เช็ดโต๊ะ, คนงานโรงงาน บางคนทำได้พอตั้งตัว ก็ไปเปิดร้านอาหารไทย ฝีมือทำอาหารคนไทย ไม่แพ้ใครอยู่แล้วฝรั่งมันก็ลิ้นจระเข้ เคยกินแต่อาหารฝรั่งจืด เจออาหารAsiaใส่เครื่องเทศนิดหน่อย ก็บอกอร่อยหมดแหละ
บางคนก็เรียนมาสูงๆ มาทำงานแบงค์ ออฟฟิศที่นี่ก็มี แต่ที่เห็นเยอะคือ หมอ คือมาเรียนต่อทำงานเลย ไว้จะมาบอกอีกที

แต่คนAsia ทำงานที่นี่ได้เปรียบฝรั่งเพราะ ฝรั่งขี้เกียจ อยากจะบอกให้ ฝรั่งมันไม่มีวันทำงานเกิน 8 ชม.ค่าแรงเท่าเดิมเป็นอันขาด จะให้ทำต้องให้ OT มัน 2 เท่า มันถึงจะยอมทำต่อ ชม. 2ชม. แต่คน Asia เราสู้งานกว่า ทำกัน 12 ชม. 15ชม. ก็มี แล้วข้าวของทุกอย่างที่นี่คิดค่าเงินasia แพงหมด คนเค้าก็จะไม่ชอบซื้ออะไร ผิดกะฝรั่งที่ใช้แหลก คนไทย เอเชีย ที่นี่เลยมีเงินเก็บกันเยอะมากๆ บางคนขยันทำงานปีนึง ส่งเงินซื้อบ้านเมืองไทยได้แล้ว คนที่ขยันอีกประเภทก็พวก Mexican, Latin American นี่ก็สู้งานพอกัน แต่นิสัยไม่ค่อยจะดี
ตอนนี้อเมริกากำลังจะออกกฎหมาย 2 ฉบับ
หนึ่ง คือจะสร้างกำแพงกั้นพรมแดน Mexico - USA ไม่ให้คนลักลอบมาได้อีก แบบว่าไทยจะสร้างรั้วห้ามพม่าข้ามฟากเงี้ย กันพวกต่างด้าวเข้ามาเป็นแรงงาน ตอนนี้คนในประเทศก็ค่อนข้างต่อต้านกันน่าดูที่เห็นกันในข่าวบ่อยๆ คนมาเดินขบวนต่อต้านกันเป็นล้านๆคนเลย
สอง คือกฎหมายให้พวกโรบินฮูด ที่เข้าประเทศก่อนปี 2002 มารายงานต่อรัฐโดยไม่มีความผิดทางกฎหมาย ทางรัฐจะออกใบ permitt ทำงานให้อย่างถูกต้อง ต้องเสียภาษีเข้ารัฐ และต่อ visa ให้ ทำให้สามารถกลับประเทศบ้านเกิดตนได้ แต่ตอนนี้คนอเมริกันบางส่วนกำลังต่อต้าน เพราะกลัวคนพวกนี้จะมาแย่งงานตน นายจ้างส่วนใหญ่จะจ้างคนเอเชียทั้งนั้นแหละ เพราะขยันกว่าคนในประเทศตน ทำงานงกๆไม่บ่นสักคำ แต่ตอนนี้มีวี่แววว่า กฎหมายน่าจะผ่านได้ เพราะบุชให้ไฟเขียวแล้ว รอเข้าสภาอย่างเดียว

สรุปแล้ว ลองเอามาเทียบกันดู

ชีวิตมะกัน มีแต่เงิน เป้าหมายชีวิตเค้า หาคนมาแต่งงาน ทำงาน ทำลูกแค่นั้นล่ะ เลี้ยงลูกโต ลูกก็ไปอยู่ที่อื่นแล้ว ชีวิตมีแต่ทำเงินกับหาเงินมาใช้ชีวิต ทุกอย่างเป็นเงินเป็นทอง Nothing Free In America

ชีวิตคนไทยที่นี่ คล้ายคนมะกันเข้าไปทุกที ทำงานหาเงิน อยู่กันสันโดษๆ แต่คนไทยเราขยันกว่ามะกัน ไอ้ที่ฝรั่งชอบพูดว่าคนไทยขี้เกียจน่ะ ค้านหัวฝา ประเทศมรึงขี้เกียจกว่าไออีก ไอ้ที่ฝรั่งชอบว่าเหมือนกัน ทำไมผู้หญิงไทย ชอบเป็นโสเภณีทำไมชอบมาขายตัวเปิดบาร์อโกโก้ ที่พวกเขามาขาย ขายใครล่ะ ก็พวกมรึงนั่นแหละ ที่เป็นลูกค้าเขา ต้นแบบบาร์พวกนี้ ก็เลียนแบบจากพวกมรึงนั่นแหละ ประเทศแกสิ เสื่อมกว่าอีก มี Show Girl Bar, Adult Video, Sex Phone etc. แบบถูกกฎหมายตั้งโจ๋งครึ่ม อยู่ตามถนน ประเทศเราพวกนี้ยังผิดกฎหมายอยู่เลย ไปแอบขายไม่ให้ตำรวจรู้
เกลียดจริงๆ ฝรั่งพวกนี้ ชอบดูถูก Asia ประเทศตัวเองก็ไม่ได้วิเศษวิโสอะไร เสื่อมกว่าประเทศเราด้วยซ้ำ

แม้คนไทยทีนี่จะเริ่มคล้ายฝรั่ง แต่ขนบธรรมเนียมทุกอย่างเรายังรักษาไว้อย่างดี เรายังมีวัดไทยในต่างแดน ไว้พบปะกัน เรายังกตัญญูต่อบุพการี ส่งเงินกลับเมืองไทย เรายังมีการไหว้ การยิ้ม แม้ว่าเด็กไทยที่เกิดที่นี่ส่วนใหญ่จะพูดไทยไม่ได้แล้ว เนื่องจากเวลาเข้าโรงเรียนเค้าจะสับสนที่รร.พูด อังกฤษ ที่บ้านพูดไทย เค้าจึงพูดไค้แค่อังกฤษ พูดไทยได้บางคำ แต่เค้าฟังไทยภาษาไทยรู้เรื่อง เจอผู้ใหญ่เค้าก็ยังยกมือไหว้อยู่

สรุปแล้วไม่มีที่ไหนดีเท่าประเทศไทยเราหรอก
สังคมที่มีแต่การเกื้อกูล การช่วยเหลือกัน ขนบธรรมเนียมที่สืบทอดมายาวนาน แม้คนจะยากจนแต่เค้าก็ยังสุขใจ

มาอยู่ที่นี่ แล้วก็จะรู้


เมืองไทยน่ะ สวรรค์ชัดๆ


edit @ 2006/04/12 05:37:51

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

น้องอาร์มนี่เอง นี่พี่ PaNMiNi เองนะคะ ตามมาจากของพี่ Variola

แหมแนะนำตัวซะ รู้หมดเลย...หุหุ

ไว้จะแอบมาอ่านบ่อย ๆ จ้า... มีอะไร Update มาเล่าสู่กันฟังในนี้ก็ได้นะคะ 555+

#1 By ~*LuCReZiA*~ on 2006-04-01 02:19

แวะมาเยี่ยมเด้อ แหม๊... บล็อกแกทามมายช่างมีสาระผิดกะบล็อกเราอย่างมากมายเลยแก อ่านไปก็เอ๋อไป หรอ? หรอ? ก็เราไม่เคยไปเมืองนอกเมืองนากะเค้านี่นา ^^

#2 By YuME-cHAN on 2006-04-04 08:48

ไม่น่าเชื่อว่าจะมีสาระนะเนี๊ยบล็อกแก
เหอๆ
เออเรื่อง meeting โทดทียังไม่คืบหน้าเลยอ่ะ ช่วงนี้ยุ่งโคตร

#3 By untree (124.120.200.48) on 2006-04-05 00:39

เป็นบล็อกที่อัดแน่นไปด้วยสาระจริง
น้องเปิดมาไม่กี่ entry ยังมีสาระมากกว่าทั้งบล็อกของพี่อีก 555
ก็รู้มาว่า ถ้าจะเรียนหมอที่เมกาต้องจบป.ตรีก่อน แล้วค่อยเข้า Medical School
ส่วนคณะแพทย์ของญี่ปุ่นพี่ยังงงๆอยู่เลย เคยเจอใน Say Hello to Black Jack แต่จำบ่ได้แล้ว

#4 By >>VaRioLa on 2006-04-06 14:16

Hello! Good Site! Thanks you! tbzpjunjnce

#5 By lyldxgwvby (217.159.190.94) on 2008-01-28 10:18

อ่านแล้วได้ความรู้อีกเพียบเลยนะคะเนี๊ย ขอบคุณนะคะ

#6 By supornthip (96.255.185.239) on 2009-06-24 11:18